ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. โรงพยาบาลราชธานี (RJH) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจการแพทย์ ในวันที่ 1กันยายน 2559 นี้ โดย RJH และบริษัทย่อยให้บริการทางการแพทย์ขนาด 353 เตียง ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลราชธานี" และ "โรงพยาบาลราชธานี โรจนะ" รองรับผู้ป่วยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีกลุ่มแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ โดยเฉพาะศูนย์หัวใจ ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินและศัลยกรรมสมอง กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าโครงการประกันสังคม
RJH มีทุนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 225 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน74.99 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) 70.37 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 4.62 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 24-26 สิงหาคม 2559 ในราคาหุ้นละ 16 บาท มูลค่าระดมทุนรวม 1,199.99 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,800 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายแพทย์วชิระ วุฒิกุลประพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. โรงพยาบาลราชธานี (RJH) เปิดเผยว่า การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนให้กับบริษัท โดยจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ขยายกิจการโรงพยาบาล โดยการสร้างตึกใหม่ 9 ชั้น รองรับลูกค้าเงินสด สร้างศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง สร้างศูนย์ MRI ขยายกิจการบริษัทย่อย คือ โรงพยาบาลราชธานีโรจนะ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อยกระดับคุณภาพและการบริการเพื่อเป็นโรงพยาบาลชั้นนำใน จ. พระนครศรีอยุธยาและภาคกลางตอนล่าง
RJH มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มตระกูลประสิทธิ์หิรัญ ถือหุ้นรวม 24.64% กลุ่มตระกูลวุฒิกุลประพันธ์ ถือหุ้นรวม 11.05% และบริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด ถือหุ้น 7.94% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบันในประเทศ (Book building) โดยคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 41.89 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12 เดือน (1 กรกฎาคม 2558-30 มิถุนายน 2559) หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.38 บาท ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินของบริษัทหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.rajthanee.com และที่เว็บไซต์ www.set.or.th
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571