ทรัสต์ AIMIRT ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ลงทุน 4 ทรัพย์สินศักยภาพสูง หนุนขนาดกองทรัสต์เติบโต 3 เท่า คาดผลตอบแทนปีแรกแตะ 0.8188 บาทต่อหน่วย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          'เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์' ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระรายแรกในประเทศไทย เดินหน้ายื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สิน 4 โครงการ รวมมูลค่าไม่เกิน 4,300 ล้านบาท ทั้งจากผู้จำหน่ายทรัพย์สินรายเดิมและรายใหม่ ชูจุดเด่นลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย ทั้งห้องเย็น คลังสินค้า และถังเก็บสารเคมีเหลว ผลักดันขนาดกองทรัสต์เติบโต 3 เท่าตัว หนุนรายได้กองทรัสต์เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ คาดอัตราผลตอบแทนปีแรกแตะ 0.8188 บาทต่อหน่วย
          นายอมร จุฬาลักษณานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระรายแรกในประเทศไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งทรัสต์และผู้จัดการกองทรัสต์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท หรือ 'AIMIRT' เปิดเผยว่า ทรัสต์ AIMIRT ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 และแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าทรัพย์สิน 4 โครงการ รวมมูลค่าไม่เกิน 4,300 ล้านบาท  ได้แก่ 1. ห้องเย็นโครงการเจดับเบิ้ลยูดี แปซิฟิค (ส่วนขยายเพิ่มเติม) บนถนนสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ของกลุ่มบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 ยูนิต พื้นที่รวมประมาณ 2,708 ตารางเมตร 2. คลังสินค้าโครงการ TIP 8 บนถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ บริเวณบางนาตราด จังหวัดสมุทรปราการ ของบริษัท ทิพย์โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 4 ยูนิต พื้นที่รวมประมาณ 34,693 ตารางเมตร 3. ถังเก็บสารเคมีเหลว จำนวน 61 ถัง ปริมาตรความจุถังรวมประมาณ 85,380 กิโลลิตร และคลังสินค้า จำนวน 3 ยูนิต พื้นที่รวมประมาณ 16,726 ตารางเมตร โครงการ SCC บนถนนสุขสวัสดิ์ จังหวัดสมุทรปราการ ของบริษัท สยามเฆมี จำกัด (มหาชน) และ 4. คลังสินค้าโครงการสวนอุตสาหกรรมบางกะดี บริเวณจังหวัดปทุมธานี ของบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด จำนวน 1 ยูนิต พื้นที่รวมประมาณ 14,600 ตารางเมตร 
          การเพิ่มทุนและลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่ดังกล่าวเป็นไปตามแผนงานของผู้จัดการกองทรัสต์ AIMIRT ที่ต้องการผลักดันขนาดทรัพย์สินและรายได้ของกองทรัสต์เติบโตต่อเนื่องอย่างมีเสถียรภาพ โดยมีเป้าหมายลงทุนเพิ่มเติมในอสังหาริมทรัพย์ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial) ที่มีศักยภาพและตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเป็นที่ต้องการของผู้เช่า
          ทั้งนี้ ภายหลังจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งนี้ จะส่งผลให้ขนาดทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์เติบโตแตะระดับ 6,400 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า นับตั้งแต่การเข้าลงทุนครั้งแรก มั่นใจส่งผลดีต่อการเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยทรัสต์และสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุนได้ในระยาว
          นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ทรัพย์สินทั้งหมดล้วนมีจุดเด่นและมีมาตรฐานการก่อสร้างระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ จึงมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทชั้นนำในไทยและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการเช่าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ 
          กลุ่มบริษัทไทยออยล์ ปิโตรนาส และเอสโซ่ เป็นต้น ซึ่งผู้เช่าเหล่านี้ล้วนเป็นผู้นำอุตสาหกรรมและมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง นอกจากนี้ทรัพย์สินที่ทรัสต์ AIMIRT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติม ยังมีการกระจายตัวอยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย ช่วยลดการกระจุกตัวของรายได้จากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
          การลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำศักยภาพของผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ที่ไม่ได้เป็นบริษัทในเครือของเจ้าของทรัพย์สินรายใดรายหนึ่ง จึงเปิดกว้างโอกาสในการสรรหาและคัดเลือกทรัพย์สินที่มีคุณภาพดีและมีศักยภาพเพื่อให้กองทรัสต์เข้าลงทุนและจัดหาประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมทั้ง 4 โครงการครั้งนี้ เป็นการลงทุนในทรัพย์สินจากเจ้าของทรัพย์สินรายเดิม 2 โครงการ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายทรัพย์สินให้แก่กองทรัสต์ในการลงทุนครั้งแรก ได้แก่ กลุ่มบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิพย์โฮลดิ้ง จำกัด และในขณะเดียวกันก็มีการเสาะหาทรัพย์สินจากเจ้าของทรัพย์สินรายใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ กลุ่มบริษัท สยามเฆมี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด เพื่อมาร่วมเป็นพันธมิตรใหม่
ทรัสต์ AIMIRT ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ลงทุน 4 ทรัพย์สินศักยภาพสูง หนุนขนาดกองทรัสต์เติบโต 3 เท่า คาดผลตอบแทนปีแรกแตะ 0.8188 บาทต่อหน่วย
          นางสาวญาณิชศา ชาติวุฒิกอบกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ทรัสต์ AIMIRT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมเป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง มีอัตราผู้เช่าพื้นที่เต็ม 100% และมีการกระจายความเสี่ยงของการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของรายได้ให้กับกองทรัสต์อย่างมีเสถียรภาพ โดยภายหลังการลงทุนเพิ่มเติม คาดว่าอัตราผลตอบแทนในปีแรกจะอยู่ที่ระดับ 0.8188 บาทต่อหน่วย (อัตราผลตอบแทนตามประมาณการงบกำไรขาดทุนของกองทรัสต์ตามสมมติฐานสำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน (1 ก.ค. 2562 ถึง 30 มิ.ย. 2563) ซึ่งเชื่อมั่นว่ากองทรัสต์จะสามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอได้ในระยะยาว
ทรัสต์ AIMIRT ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ลงทุน 4 ทรัพย์สินศักยภาพสูง หนุนขนาดกองทรัสต์เติบโต 3 เท่า คาดผลตอบแทนปีแรกแตะ 0.8188 บาทต่อหน่วย
          ส่วนผลการดำเนินงานของทรัสต์ AIMIRT นับตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ถือว่ามีความแข็งแกร่งมาก โดยล่าสุด กองทรัสต์ประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบปีนี้ ที่อัตรา 0.1985 บาทต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับอีก 3 ครั้งก่อนหน้านี้ จึงทำให้กองทรัสต์อนุมัติจ่ายเงินปันผลไปแล้วรวมทั้งสิ้น 0.7674 บาทต่อหน่วยนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทรัสต์ AIMIRT ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ลงทุน 4 ทรัพย์สินศักยภาพสูง หนุนขนาดกองทรัสต์เติบโต 3 เท่า คาดผลตอบแทนปีแรกแตะ 0.8188 บาทต่อหน่วย
 

ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์+เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์วันนี้

ก.ล.ต. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มตรวจสอบการให้บริการเหรียญ WLD คุ้มครองผู้ลงทุน-ประชาชน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายในหลายมิติ กรณีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาในการรับเหรียญ Worldcoin (WLD) เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและประชาชน รวมถึงป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ Worldcoin (WLD) และกิจกรรมการสแกนม่านตามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้บริการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญ WLD

ก.ล.ต. มีแนวคิดทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยกระดับการกำกับดูแลจนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ...

ก.ล.ต. สั่ง STELLA เปิดเผยข้อมูลการเข้าทำธุรกรรมรับความช่วยเหลือทางการเงินจากบริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) (STELLA) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการ...

ก.ล.ต. ขยายระยะเวลานำส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้ MVP เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลานำส่งรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) ซึ่งครบกำหนดส่งวันที่ 23...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อ...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน เพื่อยกระดับการจัดทำ Interim MD&A

และปรับปรุงแบบ 56-1 One Report รองรับโครงการ Corporate Value Up และโครงการ JUMP+ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการจัดทำ Interim MD&A ...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ของ บจ.เพื่อยกระดับคุ้มครองสิทธิผู้ลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (Material Transaction: MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related...

ก.ล.ต. สั่งการให้ TL ชี้แจงข้อมูลในการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) (TL) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าลงทุนในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) ต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 20 มกราคม 2569 พร้อมให้...