กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) สืบสานโครงการพระราชดำริ "สุขศาลาพระราชทาน" จัดติวเข้มเติมองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพครูพยาบาล เจ้าหน้าที่ และเครือข่าย 13 แห่ง ในเขตภาคเหนือ สร้างบุคลากรคุณภาพที่สามารถสร้างความเชื่อมั่น และเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน
นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า กรม สบส.ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทั่วไทยให้ดีพร้อมในทุกด้าน ตามพระราชปณิธานของกรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มุ่งหวังให้พสกนิกรผู้ยากไร้ในพื้นที่ทุรกันดารมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการพัฒนาหน่วยพยาบาลให้เป็น "สุขศาลาพระราชทาน" ให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามแนวชายแดน หรือพื้นที่เสี่ยงภัยต่อความมั่นคง สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ได้อย่างเท่าเทียม และทั่วถึง ดังนั้น กรม สบส. โดยศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 และ 2 จึงมุ่งเน้นความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพครูพยาบาล เจ้าหน้าที่สุขศาลาพระราชทานและเครือข่าย ผ่านการจัดอบรมทบทวน และฟื้นฟูองค์ความรู้ในการให้บริการด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาที่สมเหตุสมผล การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสอนสุขศึกษา และการสร้างสุขภาพดีในชุมชนและโรงเรียน เป็นต้น พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วย ครูพยาบาล เจ้าหน้าที่สุขศาลาพระราชทาน และผู้รับผิดชอบงานสุขศาลาพระราชทาน 13 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพที่สามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพแก่นักเรียนและประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน
ด้าน นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดี กรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สุขศาลาพระราชทาน ทั้ง 13 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และเป็นพื้นที่พิเศษด้านความมั่นคง ทำให้ประชาชนเดินทางเข้ารับการรักษาพยาบาลทั้งภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินด้วยความยากลำบาก ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูพยาบาล และเจ้าหน้าที่ จะต้องมีความรู้ ทักษะการให้บริการรักษาพยาบาล การปฐมพยาบาล การช่วยชีวิตเบื้องต้น และการส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างมีคุณภาพ สามารถดูแลช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินได้ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้น และยังส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้ ซึ่งในปัจจุบันมีสุขศาลาพระราชทานจำนวน 26 แห่ง และได้รับพระราชทานให้จัดตั้งเพิ่มอีก 1 แห่ง คือสุขศาลาพระราชทานบ้านสบโขง ต.สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รวมทั้งหมด 27 แห่ง โดยในปี 2567 กรมได้พัฒนาให้ผ่านการรับรองคุณภาพตามเกณฑ์ครบทุกแห่ง 26 แห่ง นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมสุขศาลาพระราชทานให้เป็น "ชุมชนสุขศาลาพระราชทานสุขภาพดี" จำนวน 8 แห่ง
กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ
สบส. พัฒนา E-Learning ยกระดับบุคลากรสุขภาพ-อสม. เข้าถึงองค์ความรู้ทุกที่ ทุกเวลา
สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน
สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
สบส. จับมือ สกมช. ยกระดับ อสม.ไทย สู่ อสม.ไซเบอร์ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลในชุมชน
สบส. เร่งยกระดับโฆษณาสถานพยาบาลให้ถูกกฎหมาย ดันมาตรฐานบริการสุขภาพไทยสู่สากล
สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs
สบส. ปักหมุด Medical & Wellness 77 จังหวัด ดันสมุนไพรไทย-นวดไทย เป็น Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่เวทีโลก