กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุขชวนประชาชน สถานพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 2 - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับบริบททางสังคม เทคโนโลยีทางการแพทย์ และมาตรฐานสากล
นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรม สบส. ให้ความสำคัญกับ การปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(อุ้มบุญ) ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีแนวโน้มมีภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าและมีการใช้บริการมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางสังคม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากล ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ ยังมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์กับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็ก ผู้รับบริการ ผู้ให้กำเนิดแทน และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแล ป้องกันการแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการค้ามนุษย์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Medical Hub ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีความรัดกุม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
"เชื่อว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การจัดทำกฎหมายที่มีความเหมาะสม เป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของเด็ก ผู้รับบริการ และบุคลากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ" นายแพทย์ภูวเดช กล่าว
ด้านทันตแพทย์อาคม รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง ประกอบด้วย การปรับแก้คำว่า "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและเปิดโอกาสให้คู่สมรสที่เท่าเทียมสามารถเข้าถึงบริการได้ การเพิ่มพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย การปรับเงื่อนไขการให้บริการแก่คู่สมรสที่มีชาวต่างชาติ การกำหนดให้เจ้าของอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน สามารถส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนได้ รวมทั้งการปรับเพิ่มอัตราโทษในความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดด้านการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ทั้งนี้ กรม สบส. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 2 - 31 กรกฎาคม 2569 โดยความคิดเห็นของทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนากฎหมายให้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยต่อไป
ONSENS คว้า 2 รางวัลใหญ่ งาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026 รับเทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันโตแรง
สบส. หนุนชุมชนจัดการสุขภาพผ่าน Meta Reverse ลดเสี่ยงเบาหวานและ NCDs
สบส. เดินหน้ายกระดับสถานดูแลผู้สูงอายุ ปักหมุดมาตรฐานเดียวทั่วไทย
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ
สบส. พัฒนา E-Learning ยกระดับบุคลากรสุขภาพ-อสม. เข้าถึงองค์ความรู้ทุกที่ ทุกเวลา
สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน
สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ