กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO) มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนปฏิบัติการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปี 2570 ณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อกำหนดทิศทาง มาตรการ และเป้าหมายการดำเนินงานร่วมกัน มุ่งยกระดับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเป็นระบบ รองรับสถานการณ์อัตราการเกิดที่ลดลง และพัฒนาคุณภาพประชากรไทยตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย แพทย์หญิงสมสิริ สกลสัตยาทร กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ดร.ไอหลาน หลี่ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายและผู้เข้าร่วมประชุม
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อโครงสร้างประชากร กำลังแรงงาน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพประชากรตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิต ภายใต้แนวคิด "ทุกการเกิดต้องมีคุณค่า" เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพแข็งแรง และมีพัฒนาการสมวัย ทั้งนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพและพัฒนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมองและร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อ โรค NCDs และโรคภูมิแพ้
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกและภาคีเครือข่ายระดับโลกด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Global Breastfeeding Collective) ได้เสนอให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาตรการสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มการลงทุนในการดูแลเด็กช่วง 1,000 วันแรก การควบคุมการตลาดนมผงผ่านกฎหมายที่เข้มแข็ง การสนับสนุนสิทธิการลาคลอดและสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การดำเนินงานตามมาตรฐานโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (Baby-Friendly Hospital Initiative: BFHI) การเพิ่มการเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การเชื่อมโยงการดูแลแม่และเด็กจากสถานพยาบาลสู่ชุมชน และการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ การขับเคลื่อนมาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนร่วมกัน นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมุ่งยกระดับงานอนามัยแม่และเด็กตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ การดูแลหญิงตั้งครรภ์คุณภาพ การป้องกันการคลอดก่อนกำหนด การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเฝ้าระวังพัฒนาการเด็ก และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต เพื่อให้เด็กไทย "เกิดรอด สมวัย" อย่างแท้จริง สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ปี 2570 โดยเน้นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามมาตรฐาน BFHI การส่งเสริมสถานประกอบการที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมถึงการสื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต
กรมอนามัยจับมือมูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ สร้างต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 ขวบปีแรก อุดช่องว่างการดูแลเด็กเล็ก สาเหตุหนึ่งที่คนไทยไม่กล้ามีลูก
สธ. ชูนโยบาย 3 ด้าน ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จับมือ มูลนิธินมแม่ฯ - สสส. ร่วมผลักดันสังคมนมแม่ยั่งยืน หนุนไทยก้าวข้ามวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ.-มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ-สสส. ยกระดับนโยบาย"เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน"สู่ระดับชาติ
"วัย 3 ขวบปีแรกสำคัญ" กรมอนามัย-มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ-สสส. จับมือยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สร้างเด็กไทยคุณภาพ
กรมอนามัย ชูสังคมนมแม่ ทารกได้กินนมแม่ ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด และกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก
แพทย์เตือนระวังการใช้สมุนไพรสุดฮิต ฟ้าทะลายโจร-กระชาย ในหญิงตั้งครรภ์-ให้นมบุตร
กรมอนามัย จับมือ WHO – ยูนิเซฟ – มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้ารณรงค์ ย้ำนมแม่ดีที่สุด
นมแม่สามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับลูกได้ดีที่สุด กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองต่อไป ในช่วงภาวะการระบาดโควิด-19