กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุ 3 ขวบปีแรกและการใช้หลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ เน้นพัฒนาต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 ขวบปีแรก ส่งเสริมความรอบรู้ด้านนมแม่ อาหารตามวัยเหมาะสม และสร้างภาคีเครือข่าย โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธาน พร้อมด้วย แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย วันที่ 18-19 มกราคม 2569 ณ โรงแรมกาลนาน ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กทุกคน คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุด สถานการณ์จำนวนประชากรของประเทศไทยปัจจุบันมีปัญหาวิกฤติแนวโน้มเด็กเกิดใหม่น้อยลง โดยข้อมูล 3 ปี ย้อนหลังพบว่า มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ปี 2564 จำนวน 544,570 คน ปี 2567 จำนวน 462,240 คน และล่าสุดปี 2568 มีจำนวนลดลงเหลือเพียง 416,574 คน โดยเป็นเด็กสัญชาติไทยเพียง 396,000 คน สื่อให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์เพิ่มขึ้นและจัดเป็นปัญหาวิกฤติประชากรเด็กเกิดใหม่ระดับชาติ จากผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล (26-28 ก.ย.2566) เรื่อง มีลูกกันเถอะน่า พบว่า 44% ของคนไทย ไม่มีความต้องการอยากมีลูก มีความลังเลที่จะมีบุตร และความกังวลเรื่องคุณภาพการเลี้ยงดู อีกทั้ง ยังมีช่องว่างการดูแลเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ข้อมูลผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (10 ต.ค.2568) พบว่า มีสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เปิดให้บริการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีเพียง 2.27% (1,163 แห่งจากทั้งหมด 51,265 แห่ง) ซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอ หลายแห่งขาดความมั่นใจและความพร้อมในการดูแลเด็กในวัยนี้ ทำให้เสียโอกาสการได้รับการเลี้ยงดูที่ดีหรือได้รับการดูแลในศูนย์เด็กเล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยกรมอนามัย มีแผนผลักดันให้เด็กและครอบครัวสามารถเข้าถึงสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมที่สุด โดยการขับเคลื่อนผ่านกลไกนโยบายอื่น ๆ ต่อไป
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย มีภารกิจสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ในการพัฒนาคุณภาพประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของคนไทยและประเทศไทยในอนาคต การยกระดับคุณภาพการพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 3 ขวบปีแรก ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการวางรากฐานพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญานั้น ควรเร่งกำหนดมาตรการสำคัญเป็นแนวทางรองรับแก้ไขปัญหาเด็กเกิดน้อย เช่น การสนับสนุนให้มีการเปิดสถานพัฒนาเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มากขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจมีลูกง่ายขึ้น รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและศักยภาพบุคลากรให้เป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 ขวบปีแรก การจัดทำหลักสูตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี เพื่อเพิ่มคุณภาพการเลี้ยงดูเด็กอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ
แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 ขวบปีแรก มุ่งเน้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ตามกรอบการดูแลอย่างเอาใจใส่รอบด้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สธ. ชูนโยบาย 3 ด้าน ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จับมือ มูลนิธินมแม่ฯ - สสส. ร่วมผลักดันสังคมนมแม่ยั่งยืน หนุนไทยก้าวข้ามวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ.-มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ-สสส. ยกระดับนโยบาย"เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน"สู่ระดับชาติ
กรมอนามัย ชูสังคมนมแม่ ทารกได้กินนมแม่ ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด และกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก
แพทย์เตือนระวังการใช้สมุนไพรสุดฮิต ฟ้าทะลายโจร-กระชาย ในหญิงตั้งครรภ์-ให้นมบุตร
กรมอนามัย จับมือ WHO – ยูนิเซฟ – มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้ารณรงค์ ย้ำนมแม่ดีที่สุด
นมแม่สามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับลูกได้ดีที่สุด กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองต่อไป ในช่วงภาวะการระบาดโควิด-19
สธ. ร่วมกับเครือข่าย ตั้งเป้าปี 68 เด็กไทยอย่างน้อยร้อยละ 50 กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน