กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพเชิงรุกโดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการป้องกันโรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) นำแอปพลิเคชัน Meta Reverse มาสนับสนุนการออกกำลังกาย ติดตามพฤติกรรมสุขภาพ และสร้างชุมชนสุขภาพที่เข้มแข็ง ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ประชาชนทั่วไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า ปัญหา NCDs ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ที่ทั่วประเทศมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 6.5 ล้านคน และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเบาหวานมักเกิดจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่รสชาติหวาน/มัน/เค็มจัด การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ หรือการดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ฯลฯ ซึ่ง กรม สบส. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกัน NCDs จึงวางแนวทางดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ "การบูรณาการขับเคลื่อนการรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกินและผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19กับการขับเคลื่อนกิจกรรม อสม. ชวนคนไทยนับคาร์บ และการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)" ขึ้น โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน Meta Reverse ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามกิจกรรมทางกาย บันทึกข้อมูลสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังให้เกิดการดูแลสุขภาพของตนเอง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและโรค NCDs รวมทั้งสร้างชุมชนสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืนตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข
ด้าน นายถวิล เลิกชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 7 (ศบส.7) กล่าวว่า ศบส.7 ได้ส่งเสริมชุมชนจัดการสุขภาพด้วยการออกกำลังกายผ่านแอปพลิเคชัน Meta Reverse ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยดำเนินงานร่วมกับหน่วยบริการสุขภาพและเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรม Kick Off ไปแล้วใน 2 พื้นที่ ได้แก่ ต.โนนฆ้อง อ.บ้านฝาง และต.บ้านฝาง อ.กระนวน โดยมีประชาชนและกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วม จำนวน 2,117 คน พร้อมส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายผ่านแอปพลิเคชัน Meta Reverse อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมจัดกิจกรรม "คนโนนฆ้องห่วงใย ร่วมใจลดอุบัติการณ์โรคเบาหวาน" ณ โรงเรียนห้วยหว้าวิทยาคมต.โนนฆ้อง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นประชาชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง
ทั้งนี้ ศบส.7 ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลินด้วยแอปพลิเคชัน Meta Reverse ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดชุมชนจัดการสุขภาพของกรม สบส. รวมทั้งกำกับติดตามการใช้งบประมาณและพัฒนาระบบรายงานผลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ
สบส. พัฒนา E-Learning ยกระดับบุคลากรสุขภาพ-อสม. เข้าถึงองค์ความรู้ทุกที่ ทุกเวลา
สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน
สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
สบส. จับมือ สกมช. ยกระดับ อสม.ไทย สู่ อสม.ไซเบอร์ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลในชุมชน
สบส. เร่งยกระดับโฆษณาสถานพยาบาลให้ถูกกฎหมาย ดันมาตรฐานบริการสุขภาพไทยสู่สากล
สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs