กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ย้ำสถานพยาบาลเอกชนเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ช่วง 10 วัน อันตราย เทศกาลปีใหม่ ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยทุกราย ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลทุกแห่ง ตามนโยบาย UCEP
ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ตามที่ภาครัฐได้มีมติขยายวันเฝ้าระวังความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 เพิ่มเป็น 10 วัน ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2567 - 5 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนทั่วประเทศจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวกันอย่างคับคั่ง จึงอาจจะส่งผลให้มีอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยของผู้ที่มีโรคประจำตัวเพิ่มมากขึ้นจากช่วงเวลาปกติ ดังนั้น เพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินและฉุกเฉินวิกฤต ให้ได้รับการดูแล รักษาจากสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ตามนโยบาย "เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่" (Universal Coverage for Emergency Patients ; UCEP) ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐ ในการสร้างความครอบคลุม ลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลอย่างปลอดภัยจากสถานพยาบาลทุกแห่ง โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษา 72 ชั่วโมงแรก กรม สบส. จึงได้มีการมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และกองกฎหมายดำเนินการในเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบ คุมเข้ม และทำการแจ้งเวียนแก่สถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้มีการเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยในช่วง 10 วัน อันตราย และปฏิบัติตามนโยบาย UCEP อย่างเคร่งครัด ไม่ปฏิเสธการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตในทุกกรณี โดยจะต้องให้ความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยเป็นอันดับแรก หากพบว่าสถานพยาบาลเอกชนแห่งใดปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วยหรือญาติ ก็จะมีการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ด้าน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วยเพื่อรับบริการตามนโยบาย UCEP แก่ประชาชน ขอให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งใช้ระบบบันทึกและประเมินผู้ป่วย (UCEP) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) หากผู้ป่วยเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) สถานพยาบาลต้องให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรกแต่อย่างใด แต่หากผู้ป่วยมิได้มีอาการเข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ก็จะต้องมีการสื่อสารสอบถามสิทธิในการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วยหรือญาติเพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด และหากพบปัญหาในการวินิจฉัยคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถปรึกษาขอคำวินิจฉัยจากศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. ผ่านสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ หากประชาชนพบสถานพยาบาลแห่งใดไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็สามารถแจ้งได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7000 หรือหากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็ขอให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สปา เซ็นวารี เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว คว้า 2 รางวัลระดับประเทศด้านสปาและนวดไทย
สบส. พัฒนานวัตกรรม WMS และ ZLD ยกระดับบำบัดน้ำเสียในสถานพยาบาล ปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน
สบส. เร่งพัฒนาเครือข่ายครูพี่เลี้ยง - อสม. เสริมพลังชุมชนจัดการสุขภาพ สู้โรค NCDs ตั้งเป้า ปี 69ครอบคลุม 6,200 ตำบล
สธ. พัฒนาทีม "CFT Home ใกล้บ้าน ใกล้ใจ" ดูแลอนามัยแม่และเด็ก
โรงพยาบาลหัวเฉียว ร่วมพิธีลงนาม MOU โครงการสุขกาย สบายกระเป๋า
สบส. จัดกิจกรรม CSR ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก สร้างสังคมแห่งสุขภาวะ
สบส. ส่ง ทีมเอ็มเสิร์ท ลงพื้นที่ด่วน! ฟื้นฟู รพ.สต.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ หลังน้ำท่วมถล่ม
สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า 1 ใน 4