นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 6 ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้กรมอนามัยสนับสนุนพื้นที่ดูแลสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงประสานการส่งต่อเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีการบริจาคลงสู่ศูนย์พักพิงและโรงพยาบาลสนาม พร้อมทั้งบุคลากรด้านสาธารณสุข ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568) เขตสุขภาพที่ 11 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 668,176 ครัวเรือน และเขตสุขภาพที่ 12 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 807,673 ครัวเรือน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เกิดภาวะเจ็บป่วยและบางรายเสียชีวิต ซึ่งกรมอนามัย ได้ส่งทีม SEhRT ของศูนย์อนามัย ลงพื้นที่ร่วมร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระดับพื้นที่ปฏิบัติภารกิจด้านการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว พร้อมทั้งสนับสนุนสิ่งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นช่วยเหลือประชาชน อาทิ ส้วมกระดาษ ชุด V-Clean ชุด Sanitation tool Kit คลอรีนแบบผงและแบบเม็ด ปูนขาว สารส้ม EM หน้ากากอนามัยผู้ใหญ่และเด็ก สบู่เหลวล้างมือ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน อาหาร น้ำดื่ม ถุงดำ รองเท้าบู๊ท เป็นต้น รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายกำลังจะเข้าสู่สภาวะปกติ ระดับน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่พบความเสียหายของอาคาร บ้านเรือน สถานประกอบการร้านอาหาร ตลาด วัด โรงเรียน รวมทั้งสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ กรมอนามัยได้มีการเตรียมการดำเนินงานสุขาภิบาลและดูแลสุขภาพระยะฟื้นฟู โดยดำเนินการ ดังนี้ 1) สำรวจ รวบรวมความเสียหาย ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ และ 2) ดำเนินการจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการขยะ เร่งรวบรวมเก็บขนขยะนำไปกำจัด ปรับปรุง ซ่อมแซมระบบส้วมและสิ่งปฏิกูล กรณียังไม่สามารถฟื้นฟูระบบส้วมได้ ต้องจัดหาส้วมเคลื่อนที่ให้บริการเพียงพอ ปรับปรุงแก้ไขระบบประปา และประปาหมู่บ้าน ให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้ลดความเสี่ยงโรคระบาด หากยังไม่สามารถปรับปรุงระบบได้ต้องมีการจัดหาน้ำสะอาด และมีการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน สนับสนุนการจัดการเชื้อราหรือสิ่งสกปรกด้วยคลอรีนน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อทำความสะอาดบ้าน พื้นผนัง ดูแลด้านสุขาภิบาลอาหารสำหรับประชาชน โดยเฝ้าระวังและดูแลความสะอาดของอาหาร เลือกอาหารที่ไม่บูดง่าย ส่งให้ประชาชน ไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง หลังปรุงเสร็จ สำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ให้อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว จนกว่าจะสามารถส่งกลับบ้านได้ เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรคหลังน้ำท่วม และสนับสนุนการล้างตลาดโดยทำความสะอาดรางระบายน้ำ พื้นแผงที่จำหน่ายอาหาร ห้องน้ำห้องส้วม โดยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือคลอรีนน้ำเทราดทำความสะอาด ทุกพื้นที่และขัดล้าง เก็บสิ่งสกปรกไปกำจัด ก่อนเปิดตามปกติ และ 3) ดำเนินงานร่วมกับกรมควบคุมโรคในการสนับสนุนงานสุขาภิบาลและการควบคุมโรค
เปิดเวทีประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ขับเคลื่อน สุขภาพช่องปากไทย มุ่งดูแล "ทุกช่วงวัย ทุกช่วงวัน"
กรมอนามัย-รพ.วันเวลา ส่งเสริมการวางแผนรักษาล่วงหน้า ด้วย "บันทึกวันเวลา" สร้างช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย
วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย
กรมอนามัยเปิดเวทีระดมสมองผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ชูผลสำรวจสุขภาพเด็กไทย NHES 7 ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยและเยาวชนอย่างบูรณาการ
กรมอนามัย หนุน "10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้" พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย