อเมซิ่งไทยแลนด์...ปลอดกาฬโรค

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--26 พ.ค.--กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เฝ้าระวังกาฬโรคในพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของกาฬโรค โดยศึกษาเชื้อกาฬโรคในหนูและสุนัขในจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดกาฬโรคตามแนวชายแดนไทย พม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ผลการทดสอบซีรั่มหนู 977 ตัวอย่าง และซีรั่มสุนัข 405 ตัวอย่าง ปรากฏว่า ไม่พบแอนติบอดีต่อเชื้อกาฬโรคในตัวอย่างทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยปราศจากกาฬโรคแน่นอน ดร.เรณู โกยสุโข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการระบาดของกาฬโรคในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ.2537 ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอินเดียเป็นอย่างมาก ทำให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียเกิดความตื่นตัวในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของกาฬโรค สำหรับประเทศไทยปลอดกาฬโรคมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 อย่างไรก็ตามกาฬโรคยังคงเป็นโรคที่มีความสำคัญมากในกลุ่มโรคระบาดที่กลับมาเป็นปัญหาใหม่ ประกอบกับโลกปัจจุบันเป็นโลกที่ไร้พรมแดน การแพร่กระจายของโรคติดต่อต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังกาฬโรคใน 18 จังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย รวมทั้งชุมชนท่าเรือคลองเตยในกรุงเทพ เพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับชนิดและความซุกซนของหนู จำนวนหมัดหนูที่อาศัยบนตัวหนูเพื่อคำนวณหาค่าดัชนีหมัดหนู ตลอดจนตรวจเลือดหนู และสุนัขเพื่อหาเชื้อกาฬโรค ผลจากการศึกษาพบว่า สามารถดักจับหนูได้ 1,104 ตัว จากการวางกรงดักหนู 5,130 กรง (เฉลี่ยร้อยละ 21.5) โดยทั่วไปพบหนู 5 ชนิด คือ หนูจิ๊ด หนูท้องขาว หนูท่อ หนูพุกใหญ่ และหนูผี ซึ่ง 3 ชนิดแรก น่าจะเป็นปัญหาเพราะมีความชุกชุมค่อนข้างสูง ซึ่งชนิดและความชุกชุมของหนูแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหาร นอกจากนี้ ผลจากการทดสอบซีรัมหรือกระดาษกรองชุบเลือดที่เก็บได้จากหนู จำนวน 977 ตัวอย่าง และสุนัข จำนวน 405 ตัวอย่าง โดยห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และห้องปฏิบัติการของศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก ณ ศูนย์โรคติดต่อเมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ห้องปฏิบัติการทั้งสองแห่งให้ผลการทดสอบตรงกัน คือ ไม่พบซีรั่มที่มีผลบวกต่อเชื้อกาฬโรคในตัวอย่างทั้งหมด แสดงว่าในขณะนี้ประเทศไทยปลอดจากกาฬโรค อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ว่าผลการทดสอบซีรั่มดังกล่าวจะให้ผลลบทั้งหมด แต่จากการสำรวจชนิดและจำนวนหมัดหนูที่อาศัยอยู่บนตัวหนูในแต่ละจังหวัด เพื่อหาค่าดัชนีหมัดหนู (Flea index) ปรากฏว่า พบหมัดหนูเขตร้อน (Xenopsylla cheopis) ซึ่งเป็นพาหะนำกาฬโรคได้ ค่าดัชนีหมัดหนูที่มีพบมีค่าสูงกว่า เท่ากับ หรือใกล้เคียง 1 มีจำนวนถึง 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา หนองคาย นราธิวาส ระนอง และเชียงราย ซึ่งค่าดัชนีหมัดหนูถ้าเกิน 1 แสดงว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดกาฬโรคได้ จึงต้องมีมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการมาตรฐานสำหรับระบบการเฝ้าระวัง โดยการรายงานเมื่อพบหนูตายและรู้จักใช้สารเคมีในบ้านเรือน ตลอดจนรักษาบ้านเรือนและบริเวณโดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ เฝ้าระวังคนไข้โรคปอดบวมจากกาฬโรคที่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้โดยตรง และเฝ้าระวังในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมหรือการที่มีหนูล้มตายเป็นจำนวนมาก และการเฝ้าระวังจะต้องทำทุก ๆ 2-3 ปี เพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศไทยปลอดจากกาฬโรคตลอดไป รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. 591-0203-14 ต่อ 9016-17, 9081 โทรสาร 591-1707 มือถือ 01-9047716--จบ--

ข่าวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์+กรมวิทยาศาสตร์วันนี้

จุดเปลี่ยนสร้างความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุค"ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรับรอง"

"จุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง" เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุคที่ "ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรองรับ" อย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ากำหนดมาตรฐานธนาคารเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของการจัดเก็บเซลล์ทางการแพทย์ รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาค นายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานธนาคาร

จุฬาฯ ผนึกกำลัง สธ. กรมปศุสัตว์ และภาคีอง... จุฬาฯ เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท ผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากลหลักสูตรแรกของโลก — จุฬาฯ ผนึกกำลัง สธ. กรมปศุสัตว์ และภาคีองค์กรสุขภาพระดับโลก เปิดต...

นพ.พีร์ วิทูรพณิชย์ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำ... รพ.หัวเฉียว รับการตรวจประเมินมาตรฐานห้องแล็บ ISO 15189 และ ISO 15190 — นพ.พีร์ วิทูรพณิชย์ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายคุณภาพ พว.นงลักษณ์ ใจบุญ (ที่ 4 ...

นายกิตติคุณ รอดรังนก ประธานเจ้าหน้าที่สาย... BKGI ร่วมเปิด "อาคารศูนย์ผลิตและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง" — นายกิตติคุณ รอดรังนก ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวช...

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบ... กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิด "ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์" ก้าวใหม่ของการแพทย์แม่นยำไทย — กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบสุขภาพ เปิด "ศูนย์สุขภาวะจีโน...

นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร (ที่3 จากซ้าย) ประ... BKGI ผนึกกรมวิทย์ฯ รับถ่ายทอดเทคโนโลยีเซลล์บำบัด ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ภูมิภาค — นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร (ที่3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงค...