กสอ. ผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุ่มงบ 250 ล้านบาท เร่งปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องวิสาหกิจขนาดเล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ชูโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อให้บริการสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ด้วยงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ตั้งเป้าเสริมสภาพคล่องทางการเงินแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อย จำนวน 2,500 รายทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมธุรกิจเมื่อเข้าสู่ AEC และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในภาวะวิกฤติการเมือง รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากขึ้น โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2557 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ประสงค์ขอรับบริการสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียงร้อยละ 5 ต่อปี (0.416 ต่อเดือน) คงที่เป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี (0.5 ต่อเดือน) ส่วนสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี สำหรับการดำเนินงานโครงการดังกล่าว หากนับตั้งแต่ปี 2527 – 2556 สามารถสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อยแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานใหม่กว่า 35,000 คน อย่างไรก็ดี นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กสอ. ยังมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการอีกกว่า 50 โครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน เริ่มตั้งแต่การสนับสนุนปัจจัยเอื้อต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในด้านแหล่งข้อมูล การให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs และการสร้างที่ปรึกษาเพื่อให้บริการปรึกษาแนะนำในสถานประกอบการต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs รายเดิมและรายใหม่ ตลอดจนการพัฒนาองค์กรธุรกิจให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยที่ต้องการขอรับบริการสินเชื่อ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนบริหารเงินทุน ชั้น 4 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2202 4409 - 10 โทรสาร 0 2354 3433 หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1–11 ทั่วประเทศ หรือเข้าไปที่http://credit.dip.go.th อีเมล [email protected]
          ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้ว่าจะเริ่มคลี่คลายขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็พบว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยและผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (Small Enterprise) ซึ่งมีจำนวนกว่า 2.7 ล้านราย (รายงานประจำปี สสว. 2556) ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับในปี 2558 ที่กำลังจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้การแข่งขันทางการค้าน่าจะสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องสร้างความพร้อมในธุรกิจของตนเองในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอาเซียน ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน เพราะขาดความเชื่อมั่นในแผนธุรกิจและการประกอบการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมขาดสภาพคล่องทางการเงิน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้ท่ามกลางการแข่งขึ้นที่สูงขึ้น จึงได้เร่งดำเนินการโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อย ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต และการจ้างงาน ฯลฯ ทั้งนี้ มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – 30 ธันวาคม 2557 ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 250 ล้านบาท โดยในเบื้องต้นกำหนดให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ประสงค์ขอรับบริการสินเชื่อในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียงร้อยละ 5 ต่อปี คงที่เป็นเวลา 1 ปี (0.416 ต่อเดือน) หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี (0.5 ต่อเดือน) ส่วนผู้ประกอบการที่ขอรับบริการสินเชื่อตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี อย่างไรก็ดี จากมาตรการดังกล่าว กรมฯ คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถขับเคลื่อนกิจการต่อไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 2,500 รายทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 4,000 คน 
          สำหรับ ในปี 2556 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ขอเข้ารับบริการสินเชื่อจำนวน 213 ราย โดยแบ่งเป็นประเภทอุตสาหกรรม ดังนี้ อุตสาหกรรมอาหาร 40 ราย อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม 4 ราย อุตสาหกรรมผ้าและเครื่องแต่งกาย 63 ราย อุตสาหกรรมของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง 41 ราย อุตสาหกรรมศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก 19 ราย อุตสาหกรรมสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร 4 ราย และอุตสาหกรรมอื่นๆ 42 ราย ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้ผลลัพท์อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย โดยตั้งแต่ปี 2527 - 2556 สามารถสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อยแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานใหม่ถึง 35,000 คน
ดร.อรรชกา กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการที่ขอรับสินเชื่อดังกล่าวนอกจากการรับบริการทางด้านการเงินแล้ว กรมฯ ยังเสริมความแข็งแกร่งในด้านการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการเงินและบัญชี รวมทั้ง การให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายลูกค้า
          เงินทุนหมุนเวียน ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้แก่ลูกค้าเงินทุนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าที่กรมฯ จัดขึ้น 
          นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังมีโครงการอีกกว่า 50 โครงการ ที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีศักยภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่การสนับสนุนปัจจัยเอื้อต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมในด้านแหล่งข้อมูล การให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs และการสร้างที่ปรึกษาเพื่อให้บริการปรึกษาแนะนำในสถานประกอบการต่าง ๆ รวมทั้ง การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs รายเดิมและรายใหม่ การพัฒนาองค์กรธุรกิจให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร พัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการบริหารที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาการจัดการองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพในการผลิต โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ และที่สำคัญการเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการและบริษัทแข่งขันในเวทีสากลได้ โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน ดร.อรรชกา กล่าวทิ้งท้าย
 
 

ข่าวกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม+ส่งเสริมอุตสาหกรรมวันนี้

ดีพร้อม โชว์ผลสำเร็จ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนด้านสิ่งทอ-แฟชั่นไลฟ์สไตล์ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ตลาดยุค 5.0

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เดินหน้าเสริมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และมาตรฐาน แก่ผู้ประกอบการชุมชนจำนวน 113 ราย ผ่าน 5 หลักสูตรเข้มข้น รวมระยะเวลา 30 ชั่วโมง ภายใต้นโยบาย "DIPROM FLEXi" โดยนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ รองรับความต้องการของตลาดยุค 5.0 พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นประธานในพิธี

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อ... DIPROM ปลุกพลัง "Thai Weave, Trendy Vibe" หนุนผู้ประกอบการพัฒนาผ้าศิลปาชีพสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ — กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกร...

พร้อมช้อปสินค้าแฟชั่นผ้าไทยในราคาสุดพิเศษ... ดีพร้อม ชวนสนับสนุนดีไซเนอร์ไทย ชมแฟชั่นโชว์ผ้าทอไทยดีไซน์เก๋ — พร้อมช้อปสินค้าแฟชั่นผ้าไทยในราคาสุดพิเศษ ในกิจกรรม DIPROM Thai Weave, Trendy Vibe 16 -18 ...

สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท ภายใต้... ดีพร้อม/วว. แถลงความสำเร็จกิจกรรมยกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนสู่ร้านอาหารระดับพรีเมี่ยม — สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินโครงการส่งเสริมซอฟ...