สำหรับแนวทางการปรับโครงสร้างการผลิตทางเกษตรของไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวทางไว้ในช่วงที่ได้ทรงงานด้านเกษตรกรรม ตั้งแต่การจัดระบบน้ำชลประทานเพื่อการเกษตร การปรับคุณภาพดินและการเลือกทำการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เรียกว่า "โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริ" ที่ทรงแนะนำให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่การเกษตรออกเป็นส่วน ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือพื้นที่สำหรับทำเป็นแหล่งเก็บน้ำ พื้นที่ทำการเกษตร พื้นที่ทำการปศุสัตว์ และพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยในอัตราส่วน 30:30:30:10 ซึ่งแนวทางการบริหารภาคการเกษตรตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริดังกล่าวนี้ กระทรวงเกษตรฯ สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางแบ่งพื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศจำนวน 149 ล้านไร่ได้ โดยจัดแบ่งพื้นที่ (Zoning) การเกษตรของประเทศได้ตามอัตราส่วนดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯ จะต้องวางแผนการทำเกษตรกรรมให้เกษตรกรด้วยว่าพื้นที่ไหนจะทำการเกษตรอะไร หรือชนิดไหน จำนวนเท่าไหร่ และจะแบ่งส่วนไหนทำเป็นแหล่งน้ำหรือพัฒนาระบบชลประทานและจะแบ่งส่วนไหนเก็บไว้เป็นที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรที่จะไม่ขาดทุนในการประกอบอาชีพ ก็ต้องทำความเข้าใจให้การเกษตรกรรู้จักเลือกทำการเกษตรแบบผสมผสาน หรือทำเกษตรเพื่อเลี้ยงครอบครัวก่อนที่เรียกว่า "การปลูกพืชสวนครัว รั้วกินได้/หรือเลือกทำกาเกษตรที่มีมูลค่าสูงหรือกรเกษตรคุณภาพสูง (Premium) เช่น การทำเกษตรกรรมที่ไม่ใช้สารเคมีหรือสินค้าปลอดภัย (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ (Organic) ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาดี เป็นต้น
รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าวย้ำอีกว่า การปรับโครงสร้างการผลิตในภาคเกษตรไทยตามแนวทางข้างต้น กระทรวงเกษตรฯ จะต้องไม่ทำหน้าที่เพียงแค่ไปส่งเสริมหรือแนะนำให้เกษตรกรให้ทำการเกษตรอย่างเดียว โดยที่ไม่บอกว่าจะให้เกษตรกรผลิต/ปลูกพืชอะไรหรือเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนถึงจะขายได้หรือควรผลิตจำนวนเท่าไหร่ แต่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องปรับโครงสร้างหน่วยงานของตนเองเช่นสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานทูตเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานหรือเจรจากับกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนเกี่ยวกับความต้องการ (Demand) ก่อนที่จะมาแนะนำหรือส่งเสริมให้เกษตรกร เมื่อทราบข้อมูลความต้องการของตลาดจากกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนแล้ว กระทรวงเกษตรฯ จะต้องนำมาจัดทำเป็นแผนการผลิตพืชหรือปศุสัตว์หรือประมงแต่ละชนิดในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมตรงกับความต้องการของตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศด้วย
"ถ้าเราปรับโครงสร้างภาคการเกษตรให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ข้างต้นแล้ว ประเทศไทยก็สามารถเป็นมหาอำนาจทางอาหารหรือเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World) ได้ เพราะประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศรวมทั้งภูมิประเทศเหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรมดีกว่าประเทศอื่น ๆ รวมทั้งคนไทยยังมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถทำครัวหรือทำอาหารเก่งอยู่แล้ว ในโลกปัจจุบันเป็นยุคแม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจนทำให้อาชีพหรือกิจการหลายประเภทต้องสลายหายไป แต่การผลิตอาหารให้มนุษย์ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยชนิดไหนหรืออุตสาหกรรมใดมาทดแทนอาหารการกินของมนุษย์ได้ ดังนั้น รัฐบาลใหม่หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จึงต้องใช้งานการทำเกษตรกรรมของประเทศไทยที่เป็นจุดเด่นหรือข้อได้เปรียบของประเทศไทยนี้ ให้เป็นกลไกพื้นฐานในการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ ไม่แพ้ประเทศอุตสาหกรรมหรือประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด"
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์
17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก 2569 กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนแนวคิด รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู - ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ
"63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย" กรมพัฒนาที่ดิน โชว์นวัตกรรมดิน-AI-เกษตรคาร์บอนต่ำ เดินหน้าสู่เกษตรแม่นยำเพื่ออนาคตประเทศ
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี