ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐมนตรี จาก 6 กระทรวงสำคัญ อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง และนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง อว. เพื่อบูรณาการการใช้งานวิจัยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของแต่ละกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนักวิจัยและพนักงาน สวทช. ให้การต้อนรับ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "สวทช. ขุมพลังวิจัย เดินเครื่องประเทศไทยจากโจทย์จริง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน" โดยระบุว่า วันนี้ สวทช. หน่วยงานวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศพร้อมเดินเครื่องขุมพลังวิจัยของประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็น 'National Research Engine' หรือเครื่องยนต์วิจัยของชาติ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำวิจัยบนหิ้ง แต่เป็นการนำโจทย์จริงจากทุกภาคส่วนมาแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธทางปัญญา โดยนวัตกรรมในวันนี้ คือคำตอบของการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งกระทรวง อว. ในฐานะกำกับดูแล สวทช. โดยตรงจะเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมโยงขุมพลังวิจัยนำงานวิจัยพร้อมใช้และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเร่งสนับสนุนทุกภารกิจของรัฐบาลให้เห็นผลลัพธ์สู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
"การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ "การทลายกำแพงระหว่างหน่วยงานวิจัยและผู้ใช้งานจริง" (Sandbox of Implementation) เพื่อส่งมอบโซลูชันจากงานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกระทรวง พร้อมขับเคลื่อน สวทช. ให้เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจาก สวทช.เป็นแหล่งรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อกระทรวงต่าง ๆ เห็นเครื่องมือรวมทั้งแล็บพื้นฐานจะทำงานสอดประสานกับ สวทช. และยังมีงานวิจัยที่พร้อมใช้งาน ตลอดจน DATA center ที่ สวทช. พร้อมให้บริการ ซึ่งเราคาดหวังจะเกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงกันหรือเรียกว่า "Synergistic Government"นาย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการศึกษาว่า "การศึกษาไทยต้องก้าวข้ามการเรียนแบบเหมาโหล แพลตฟอร์ม LEAD Education ที่เราเห็นในวันนี้คือเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยครูในการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ทำให้เรามองเห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของเด็กแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคตได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของเกษตรกรไทยคือการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ สวทช. วิจัยขึ้นมานั้น ไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สูงขึ้น แต่ยังมีความสามารถในการต้านทานโรคและแมลงได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อผนวกกับการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดและสารชีวภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นการตอบโจทยสำคัญที่ช่วยลดรายจ่ายด้านเคมีภัณฑ์และยกระดับรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรไทยในระยะยาวและเกิดความยั่งยืนทั้งด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ความมั่นคงทางสาธารณสุขจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ การที่นวัตกรรมไทย เช่น วัสดุทดแทนกระดูก (M-Bone) และชุดตรวจอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ (AL-Strip) ได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์และเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมไทย พร้อมใช้งานในระบบหลักประกันสุขภาพนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐมหาศาล แต่ยังทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังได้วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพประเทศผ่านงานวิจัยในมิติที่หลากหลาย โดยกระทรวงแรงงาน ได้เดินหน้าการพัฒนาแรงงานฝีมือสูง ผ่านเทคโนโลยี 3D Printing และเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรทางการแพทย์และช่างฝีมือในอุตสาหกรรมอนาคต สอดรับกับแนวทางการดูแลสังคมของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่นำระบบนิรันดร์ (Nirun) เข้ามาบริหารจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ และเตรียมขับเคลื่อนธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand Food Bank) เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่กลุ่มเปราะบาง
ขณะที่กระทรวงพลังงาน เดินหน้าขยายผลการตรวจสอบคุณภาพแผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ควบคู่กับการเร่ง Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ส่วนกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับ สวทช. และกรมสรรพากร นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาษีและการเงิน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกลไกของ BOI เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความยั่งยืนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นในอนาคต"เป้าหมายของผมและชาว สวทช. ชัดเจนครับ นวัตกรรมไทยต้องไม่ใช่งานวิจัยที่รอการค้นพบ แต่ต้องเป็น 'คำตอบ' ที่ใช้แก้โจทย์ชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน" รมว.อว. กล่าวทิ้งท้าย
ตอกย้ำความยั่งยืน! เอชพี ประเทศไทย และ กระทรวง พม. ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการรีไซเคิลและการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ
อิมแพ็ค เมืองทองธานี รับมอบเกียรติบัตร องค์กรต้นแบบขับเคลื่อน Universal Design เพื่อคนทั้งมวล
4 กระทรวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน "มหัศจรรย์ 2,500 วัน" ใช้ข้อมูลสุขภาพประชาชน พร้อมวางนโยบาย สร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเด็กไทยคุณภาพ
วว. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาส/คุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับคนพิการ @มหกรรม UD เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี
สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต เปิดงาน Heart & Hand : Life Skills Center
คลินิกฎหมาย มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมขับเคลื่อน เวที "CSOs FORUM 2026" ภาคเหนือ สานพลังหุ้นส่วนรัฐ-ประชาสังคม แก้วิกฤตความเหลื่อมล้ำ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
บิทคับ กรุ๊ป จับมือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และ CIB ร่วมกับภาคเอกชน จัดงาน "Bitkub Elder Empowerment พลังใหม่ผู้สูงวัย" เสริมความรู้การเงิน ดิจิทัล และสุขภาพ รับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ
CPNREIT โชว์ศักยภาพ 'เซ็นทรัล พัทยา' และ 'เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต' ร่วมสร้างปรากฏการณ์ Pride Month ยิ่งใหญ่ ดันพัทยาสู่ Pride Destination โลก