จากที่ผมได้สังเกต ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานกันระหว่างการพัฒนาและกำลังพัฒนา ถือเป็นแหล่งเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีความหลากหลายทางด้านภูมิประเทศและการผลิต ซึ่งเปรียบเสมือนสวนที่มีต้นไม้นานาพันธุ์และหลากหลายช่วงวัยของการเจริญเติบโต
ในช่วงปี 2557 สิงคโปร์ มาเลเซียและไทย เป็นผู้นำด้านการผลิต ส่วนเวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนิเซียอยู่ในระหว่างการพัฒนา อย่างไรก็ตามจากสถิติต่าง ๆ ที่เคยศึกษามา การผลิตในภูมิภาคนี้มีการเคลื่อนไหวและตอบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องขอบคุณสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่กำหนดวัตถุประสงค์ในการประคองสถานะของอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคนี้ และหากภูมิภาคนี้สามารถใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ อาเซียนจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของโลกภายในปี 2573
ดังนั้นมาดูกันว่าอุตสากรรม 4.0 คืออะไร เป็นแนวโน้มของระบบอัตโนมัติและการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเทคโนโลยีการผลิตที่ประกอบด้วยระบบกายภาพทางไซเบอร์ (cyber-physical) การใช้งานอินเทอร์เน็ตกับทุกสิ่ง (IoT) ระบบคลาวด์ (cloud computing) และระบบคอมพิวเตอร์เสมือนมนุษย์ (cognitive computing) ซึ่งจากการศึกษาเพิ่มเติม การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่นี้ สามารถช่วยให้อาเซียนทำกำไรระดับโลกได้สูงสุดถึง 600 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากทั้งหมดทั่วโลก 3.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ได้จากการอุตสาหกรรม 4.0 ในปี 2568
ประเทศไทย 4.0
ประเทศไทยก็จะขับเคลื่อนอุตสาหากรรม 4.0 เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ด้วยนโยบายการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจเช่นกัน ซึ่งเมื่อปี 2560 รัฐบาลไทยได้เปิดตัวแนวคิด ประเทศไทย 4.0 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนประเทศจากรายได้ระดับกลางไปสู่การพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการนี้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเอาชนะความท้าทายในปัจจัยต่าง ๆ ที่พัฒนามาตั้งแต่อดีต ที่เริ่มจากยุคประเทศไทย 1.0 นั่นคือประเทศไทยยุคเกษตรกรรม จากนั้นก็เป็นยุคอุตสาหกรรมเบาหรือประเทศไทย 2.0 และพัฒนาจนมาถึงยุคปัจจุบันนั่นก็คือประเทศไทย 3.0 คือยุคอุตสาหกรรมหนัก โดยความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นแผนแม่บทในการนำประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูงขึ้นภายใน 5 ปี
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 นั้นหมายถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจากการที่ต้องอาศัยอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่มีอยู่ ให้กลายเป็นการสร้างสรรค์และพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยการวิจัยและการประดิษฐ์ให้เกิดขึ้น โดยการตั้งเป้าในการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่การทำเป็น Smart Farming ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาในการทำการเกษตร จากธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก (SMEs) แบบดั้งเดิม กลายเป็นองค์กรที่ทันสมัยด้วยนวัตกรรมหรือที่เรียกว่า smart enterprise และการเปลี่ยนจากสินค้าหรือบริการแบบดั้งเดิมสู่การพัฒนาสินค้าหรือบริการที่เพิ่มมูลค่าสูงขึ้นมาอีกด้วย โดยยุคประเทศไทย 4.0 นั้นจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ประกอบด้วย อินเทอร์เน็ตสำหรับทุกสิ่ง (IoT) คลาวด์ ข้อมูลมหาศาลและการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างชาญฉลาด มั่นคงและเชื่อมต่อกับชุมชน ที่สำคัญต้องคิดวางแผนล่วงหน้า มองการณ์ไกลและควบคู่ไปกับการแข่งขันในตลาด
แผนแม่บทนี้ได้รับการตอบรับและการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ องค์กร บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยี โดยจากการสำรวจ บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยถึง 89% พร้อมที่จะก้าวสู่การปฏิบัติการและดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ต (IoT) ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย 86% อินโดนีเซีย 83% ฟิลิปปินส์ 80% และเวียดนาม 79% นอกจากนี้ The Asia IoT Business Platform ยังได้คาดการณ์สถานการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตกับทุกสิ่งในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,600% ภายในปี 2563 อีกด้วย
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคประเทศไทย 4.0 นั้นยังมีความท้าทายในหลายปัจจัยด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือด้านความปลอดภัย ซึ่งจริง ๆ แล้วกลยุทธ์ของประเทศไทย 4.0 นั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบหลัก ที่ควบคู่ไปกับความมั่งคั่งและความยั่งยืน เหตุผลที่ความปลอดภัยนั้นสำคัญในยุคประเทศไทย 4.0 นั้นมีความชัดเจนอย่างมากเพราะระบบกายภาพไซเบอร์ (cyber-physical) แบบไร้สายอัตโนมัติที่อาศัยการสัมผัสของมนุษย์น้อยที่สุดจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่ระบบเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์อีกด้วย ซึ่งการเชื่อมต่อที่มากขึ้นในยุคประเทศไทย 4.0 จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบควบคุมอุตสาหกรรม (ICS)
ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ควรละเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ถูกจัดอันดับให้เป็นพื้นที่ที่มีการตรวจจับการติดเชื้อและการโจมตีในระบบควบคุมอุตสาหกรรม (ICS) สูงที่สุด ที่ตรวจจับโดย Kaspersky ในประเทศไทย ทั้งนี้ Kaspersky ได้ตรวจจับการติดเชื้อในอุปกรณ์ของระบบควบคุมอุตสาหกรรม (ICS) คิดเป็น 42.9% โดยอินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งที่มาหลักของภัยคุกคามต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ โดยได้ตรวจจับภัยคุกคามในเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ ICS คิดเป็น 39.5% นอกจากนี้ Kaspersky ยังได้ติดตามสังเกตสถานการณ์ ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นในคอมพิวเตอร์ระบบควบคุมอุตสาหกรรม จากการตรวจจับและบล็อกอีเมลที่มีไฟล์แนบที่เป็นอันตรายอีกด้วย
จากสถิติดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ายุคประเทศไทย 4.0 ถือเป็นดาบสองคม นั่นก็คือมีข้อดีมากมาย อาทิ การติดต่อสื่อสารแบบไร้สายที่ทำให้สื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน ได้แก่ ความเสี่ยงในการเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีการโจมตีทางไซเบอร์ เราจะเห็นได้ว่ายิ่งอุตสาหกรรมมีการเชื่อมต่อกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นการเปิดช่องทางให้พวกโจมตีสามารถเข้ามาได้มากขึ้น โดยพวกเขาสามารถกำหนดเป้าหมายการโจมตีไปยังอุปกรณ์ที่สร้างข้อมูล เครือข่ายที่กำลังดำเนินการอยู่ บนเซิร์ฟเวอร์หรือโฮสต์ แม้กระทั่งระบบสารสนเทศที่ใช้อยู่ได้
เมื่อมีภัยคุกคามเข้าสู่ระบบควบคุมกระบวนการผลิต จะทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างยิ่งต่อการเงินขององค์กร และจะทำให้การปฏิบัติการหยุดชะงักลง จากการที่มี 6 ใน 10 ของอุปกรณ์ในระบบ ICS ในประเทศไทยถูกโจมตีด้วยภัยคุกคามต่าง ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ทำให้การตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญและต้องคำนึงถึงมากที่สุด
เราในฐานะ Kaspersky ขอแนะนำแนวทางองค์รวมเพื่อความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ที่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ ส่วนแรกคือการใช้โซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับระบบและเครือข่ายที่สำคัญ ส่วนที่สองคือการตระหนักถึงภัยคุกคามให้มากขึ้นด้วยการเพิ่มนิสัยการสังเกตให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน เราขอแนะนำให้ใช้มาตรการเทคนิคต่อไปนี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการโจมตีในระบบ ICS
◦ ควรอัปเดทระบบการปฏิบัติการ ซอฟแวร์ และโซลูชั่นความปลอดภัยอยู่เสมอ
◦ แก้ไขด้านความปลอดภัยที่จำเป็นและตรวจสอบส่วนประกอบต่าง ๆ ในระบบ ICS บนเครือข่ายอุตสาหกรรมขององค์กรและในขอบเขตที่เกี่ยวข้อง
◦ จัดการอบรมให้ความรู้กับพนักงาน พันธมิตร ซัพพลายเออร์ ที่เข้าถึงบนเครือข่ายของคุณ
◦ จำกัดจำนวนการขนส่งหรือการใช้งานบนเครือข่าย ในส่วนของพอร์ตและโปรโตคอลที่ใช้กับเราเตอร์และภายในเครือข่ายระบบเทคโนโลยีการปฏิบัติการขององค์กร
◦ ใช้โซลูชั่นการตรวจสอบ การวิเคราะห์ การตรวจจับภัยคุกคาม บนเครือข่าย ICS เพื่อป้องกันเป็นอย่างดี จากการภัยคุกคามที่จะโจมตีกระบวนการทางเทคโนโลยีและทรัพย์สินหลักขององค์กร
◦ หันมาใช้โซลูชั่นด้านความปลอดภัยในเซิร์ฟเวอร์ ฐานปฏิบัติการ และ HMIs อย่าง Kaspersky Industrial CyberSecurity ซึ่งโซลูชั่นนี้ประกอบด้วยการตรวจสอบการขนส่งและการใช้งานบนเครือข่าย วิเคราะห์และตรวจจับเพื่อรักษาความปลอดภัยของเทคโนโลยีการปฏิบัติการ และ โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมจากการติดเชื่อจากมัลแวร์แบบสุ่ม และการตั้งใจโจมตีจากภัยคุกคามในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
◦ จัดตั้งทีมบุคลากรรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะทั้งส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศ และ เทคโนโลยีการปฏิบัติการ
◦ เตรียมทีมรักษาความปลอดภัยให้มีความพร้อมอยู่เสมอ ด้วยการจัดการอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เหมาะสม ควบคู่ไป
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
Kaspersky นำเสนอการวิเคราะห์เชิงบริบทที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่ความปลอดภัยของเวิร์กโหลดบนคลาวด์
ฟอร์ติเน็ตลงทุน FortiSASE PoP ในไทย หนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
Microsoft Sovereign Cloud เพิ่มศักยภาพด้านการกำกับดูแล ประสิทธิภาพ และรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ปลอดภัยแม้ไม่เชื่อมต่อกับเครือข่าย
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จับมือ สกมช เปิดแผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉม ความปลอดภัยระบบคลาวด์ของประเทศไทย
กทม. ยกระดับมาตรการความปลอดภัยโรงเรียนในสังกัด สร้างพื้นที่ปลอดภัยสูงสุดแก่นักเรียนและบุคลากร
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปิดดีลควบรวมกิจการ CyberArk เสริมแกร่งด้านความปลอดภัยในยุค AI
ฟอร์ติเน็ต ชู 4 จุดแข็ง FortiWeb ตอบโจทย์องค์กรไทย รองรับมาตรฐานความปลอดภัยเว็บไซต์ สกมช.
ไปรษณีย์ไทยสนับสนุนภารกิจชาติ ขนส่งบัตรเลือกตั้งครบถ้วนทั้ง 400 เขต 100%