โรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย กระทรวงเกษตรของเวียดนามระบุในรายงานว่า เวียดนามกำจัดหมูไปแล้วกว่า 2.8 ล้านตัว คิดเป็นเกือบร้อยละ10 ของหมูในประเทศทั้งหมดจำนวน 30 ล้านตัว [1] โรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู เป็นโรคที่อันตรายต่อชีวิตหมู แต่ไม่ส่งผลอย่างไรต่อมนุษย์ ประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่มีการตรวจพบการแพร่ระบาดของโรคนี้ในเอเชีย เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้จีนจำเป็นต้องกำจัดหมูจำนวนราว 200 ล้านตัว [2]
สำหรับประเทศไทย กรมปศุสัตว์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศสั่งชะลอการนำเข้าหมูจากลาวเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน [3] เพื่อป้องกันการระบาดในไทย อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยจำเป็นจะต้องมีวิสัยทัศน์มองไกลไปกว่าการชะลอการนำเข้าหมูจากลาวหรือประเทศอื่น และเร่งดำเนินการเชิงนโยบายและสร้างนโยบายที่ปกป้องเกษตรกรจากการคุกคามของโรคระบาด รวมถึงออกกฎหมายการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
"รัฐบาลไทยต้องสนับสนุนนโยบายเกษตรกรรมเชิงนิเวศอย่างจริงจัง รวมถึงนำมาพัฒนาปฏิบัติใช้จริงเพื่อแก้ปัญหาระบบอาหารในปัจจุบัน เนื่องจากระบบอาหารเชิงอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตเชิงปริมาณเพื่อต้นทุนอาหารที่ถูกที่สุดนั้นต้องแลกมาด้วยผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม" รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว "เกษตรกรไทยและผู้บริโภคไม่ควรจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในวิกฤตจากระบบอาหารเชิงอุตหกรรม สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือ ประเทศไทยจะต้องมีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะตลอดช่วงห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เพื่อปกป้องผู้บริโภคและวิถึชึวิตของเกษตรกรรายย่อยในประเทศ"
วิกฤตโรคอหิวาต์แอฟริกาในขณะนี้คือสัญญาณชี้ชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ และส่งเสริมเกษตรกรรมเชิงนิเวศ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนานโยบายการระบุข้อมูลอย่างโปร่งใสบนฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ที่ระบุถึงกระบวนการผลิตต่าง ๆ [4] เพื่อคืนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลและการเลือกบริโภคของประชาชน
"การออกกฎหมายฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เชิงอุตสาหกรรมทุกประเภท คือการแจ้งผู้บริโภคให้รับทราบถึงข้อมูลของเนื้อสัตว์ที่เลือกซื้อ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมสิทธิพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลของประชาชน เช่น ข้อมูลของที่มาอาหารสัตว์ว่าเชื่อมโยงกับการทำลายป่าและการก่อหมอกควันพิษหรือไม่ รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะ และการตกค้างในเนื้อสัตว์ อันเกิดมาจากการเลี้ยงสัตว์ในปริมาณมหาศาลของระบบอุตสาหกรรม ข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์คือสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกและตัดสินใจเลือกซื้ออาหารที่ทั้งดีต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมเกษตรกรที่ผลิตอาหารอย่างใส่ใจและปลอดภัย [5]" รัตนศิริ กล่าว
หมายเหตุ
[1] https://mgronline.com/indochina/detail/9620000060451
[2] https://www.reuters.com/article/us-vietnam-swinefever/african-swine-fever-hits-industrial-farms-in-vietnam-28-million-pigs-culled-idUSKCN1TQ0WG
[3] https://news.thaipbs.or.th/content/281098?fbclid=IwAR3sbgkTALaziIBs9_mGm9U65g_zHwkHrZ-OcjeEyeAFthDZn4_nQaAyjKQ
[4] กรีนพีซกำลังรณรงค์เรียกร้องให้ภาครัฐออกกฎหมายติดฉลากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกประเภทโดยเปิดเผยถึงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ ที่มาอาหารสัตว์ว่าเชื่อมโยงกับการทำลายป่าและก่อหมอกควันพิษหรือไม่ รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะ และการตกค้างในเนื้อสัตว์ https://act.gp/2FqV82F
[5] ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ https://www.greenpeace.org/thailand/publication/2989/less-is-more/
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ากระชับความร่วมมือ JPO - MAFF มุ่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า และส่งเสริมศักยภาพสินค้า GI ไทยในตลาดญี่ปุ่น
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน