เดิมเกษตรกรบ้านดอนตะเคียนราว 40-50 ครัวเรือน ต้องเผชิญภัยแล้งมากว่า 7 ปี และแล้งหนักในช่วง 3 ปีให้หลัง ประกอบกับไม่มีชลประทานในพื้นที่ ส่งผลให้พืชผัก ผลไม้ โดยเฉพาะข้าวที่มีเกษตรกรปลูกมากถึงร้อยละ 80-90 ต้องยืนต้นตาย บางปีหว่านข้าวมากถึง 3 รอบแต่ก็ตายทุกรอบ ส่งผลให้ทุกครัวเรือนมีหนี้สะสมตั้งแต่ 30,000-1,000,000 บาท จากการกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อทำเกษตรเคมี ยังกระทบไปถึงอีก 40 ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ด้วย
ด้านสุขภาพ แม้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่าความเจ็บป่วยที่เริ่มก่อตัวขึ้น มาจากสารเคมีที่ใช้ทำการเกษตร แต่ก็ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ 10 ครัวเรือนเปลี่ยนแนวคิด หันไปพึ่งวิถีเกษตรทฤษฎีใหม่แบบไร้สารเคมีตามรอยศาสตร์พระราชาในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยส่งแกนนำของชุมชนไปอบรมเรียนรู้ และเชิญนักวิชาการ นักวิจัย และปราชญ์ชาวบ้าน เข้ามาให้ความรู้คนในพื้นที่ตั้งแต่ปีที่ 2561
"เจี๊ยบ" สาธิตา ศิลป์อยู่ เป็นเกษตรกร 1 ใน 10 ครัวเรือนของบ้านดอนตะเคียน ที่ผันตัวเองมาทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเชื่อมั่นว่าเกษตรทฤษฎีใหม่นี้จะสามารถปลดหนี้สิน และสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนในพื้นที่รวมถึงผู้บริโภคได้
การทำเกษตรแบบไร้สารเคมีของบ้านดอนตะเคียนนั้น สาธิตา เล่าว่า จะใช้สารชีวภาพที่ผลิตขึ้นเองในพื้นที่ โดยร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นวิทยากรเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ ร.อ.พงศักดิ์ บุตรเมือง ปราชญ์ชาวบ้านผู้คิดค้นอีแดงจากจุลินทรีย์ท้องถิ่น จนได้น้ำชีวภาพ 32 สูตร ใช้ทำการเกษตรไร้สารเคมีแบบครบวงจร และเลือกพันธุ์ข้าวที่ทนแล้ง แต่ให้ปริมาณผลผลิตและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่าง ข้าวหอมมะลิแดงโกเมนสุรินทร์ ข้าวเจ้าต่างสีพันธุ์พื้นเมืองไวต่อช่วงแสงบริสุทธิ์ งานวิจัยจากนักวิจัยพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าว ดร.รณชัย ช่างศรี หัวหน้ากลุ่มวิชาการ ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาปากท้อง ที่เกิดจากภัยธรรมชาติและวิกฤตสารเคมีที่เริ่มก่อตัว ข้าวหอมมะลิแดงโกเมนสุรินทร์ยังเป็นข้าวพันธุ์แท้ ที่สามารถเก็บผลผลิตไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ใช้ปลูกต่อได้อีกด้วย
นอกจากนี้ สาธิตา ได้อธิบายถึงขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อปลูกข้าวไว้ด้วยว่า ชาวบ้านจะใช้ปุ๋ยหมักผสมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงท้องถิ่น หรือ "อีแดง" ร่วมกับสารชีวภาพตัวอื่นที่มีอีแดงเป็นส่วนผสม เช่น ไลลา และเอ็นวัน พอข้าวอายุได้ 3 วัน จะเริ่มฉีดสารชีวภาพคลุมเลนเพื่อยับยั้งการเติบโตของวัชพืช จากนั้นจะใช้สารชีวภาพอย่างเขียวแตกกอและเขียวใบใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนวัคซีนและยังช่วยเพิ่มธาตุอาหาร และสารชีวภาพอื่นๆ จนกระทั่งเก็บเกี่ยว
"พิธีเกี่ยวข้าวในวันนี้ นับเป็นผลสำเร็จที่ยืนยันว่าการทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีสามารถทำได้จริง ขนาดพื้นที่ภัยแล้งอย่างบ้านดอนตะเคียนเตี้ยยังได้ผล ฝนไม่ตกติดต่อกันเกือบ 60 วัน แต่ต้นข้าวไม่ตาย ทั้งที่ปกติหากต้นข้าวงอก 15 วัน ยังไม่ได้น้ำจะระอุตายหมด และยังให้ผลผลิตดีกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้า ที่ปกติจะได้ข้าวอยู่ที่ 30-35 ถังต่อไร่ แต่ตอนนี้คาดว่าจะได้ 60-65 ถังต่อไร่ และบางแปลงอาจได้สูงถึง 80 ถังต่อไร่ ทั้งที่ใช้เมล็ดพันธุ์แค่ 5 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ที่สำคัญต้นทุนลดลงกว่าครึ่ง จึงอยากชวนให้เกษตรกรยุคใหม่ หันมาทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีมากขึ้น เพื่อสร้างสุขภาวะให้ตัวเอง ชุมชน และสังคม" รองประธานวิสาหกิจชุมชนสตรี-เยาวชนสหกรณ์บ้านดอนตะเคียน กล่าว
ร.อ.พงศักดิ์ บุตรเมือง วิทยากรเกษตรทฤษฎีใหม่ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงประโยชน์ของการใช้สารอินทรีย์ในท้องถิ่นมาเกษตกรรมว่า อีแดงที่จริงคือฮอร์โมนหรือสารตั้งต้นที่ใช้บำรุงพืช ได้จากการเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำสะอาดในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังใช้สมุนไพรและวัสดุในท้องถิ่นในการผลิต ดังนั้น สารชีวภาพที่ได้จึงเป็นจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับการทำการเกษตรในพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะ
"นอกจากผลผลิตจะดีแล้ว ต้นทุนที่ใช้ในการทำการเกษตรแบบไร้สารเคมียังถูกกว่าเกือบครึ่ง เฉลี่ยแล้วต้นทุนการทำเกษตรแบบไร้สารเคมีอยู่ที่ 2,600 บาทต่อไร่ แต่หากเป็นเกษตรเคมีจะอยู่ที่ 5,700-6,500 บาทต่อไร่ ที่สำคัญเมื่อนำไปตรวจหาสารเคมีตกค้างกับแล็ปของมหาวิทยลัยต่างๆ ก็ไม่พบสารตกค้างที่ควรระวัง แม้จะเป็นพื้นที่การเกษตรที่เคยใช้สารเคมีมาก่อนก็ตาม" วิทยากรเกษตรทฤษฎีใหม่ ยืนยันพร้อมกล่าวต่ออีกว่า เมื่อต้นทุนลด ได้ผลผลิตดี ได้ผลผลิตปลอดภัย ก็อยากให้เกษตรกรทำการเกษตรในลักษณะตัวเองพอกินแล้วจึงแบ่งปันให้ชุมชน และหากมีเหลือจึงค่อยขาย และไม่นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์
ตอกย้ำว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ไร้สารเคมีได้ผลจริงด้วยคำยืนยันจาก สมจิตร พัฒโนทัย เกษตรกรไร่มันในพื้นที่ วัย 58 ปี ว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปลูกมันแล้วได้ผลผลิตดีขนาดนี้ ปกติมันสำปะหลังจากการใช้ปุ๋ยใช้สารเคมี 1 ต้น ได้ผลผลิตเพียง 3-4 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันหันมาใช้สารอินทรีย์ในการเพาะปลูกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 กิโลกรัมต่อต้น ทุกอย่างประจักษ์ชัดมากๆ
ไม่ต่างจาก วิเชียร ศิลป์อยู่ พ่อของ เจี๊ยบ สาธิตา เกษตรกรบ้านดอนตะเคียนวัย 70 ที่ใช้สารเคมีในการทำนามาตลอดชีวิตตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของตัวเอง ก็หันมาใช้สารชีวภาพปลูกข้าวตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากทดลองใช้ปลูกพืชผักผลไม้ได้ผลดีไม่แห้งตายเพราะขาดน้ำ
"เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่นาข้าวขอเรายังเขียวชอุ่มแม้จะฝนจะไม่ตกเลย ต่างกับนาแปลงข้างๆ ที่เขายืนต้นตายไปแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าจะปลูกอะไรผมไม่ใช่สารเคมีอีกเลยครับ"
ด้าน ทรงวุฒิ วาสุกรี เกษตรอำเภอลาดยาว จ.นครสวรรค์ บอกว่า สิ่งที่ชาวบ้านดอนตะเคียนทำอยู่นี้คือหนทางไปสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์ ซึ่งไกลกว่าหลักการผลิตข้าวด้วยการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าว (GAP) ของกรมการข้าว เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน โดยเฉพาะในกลุ่ม Young Farmer ในพื้นที่ให้มาเรียนรู้ในพื้นที่ต้นแบบ หรือแม้แต่การชวนให้เพื่อนเกษตรกรแปลงข้างๆ ให้หันมาเพาะปลูกด้วยสารชีวภาพก็เป็นเรื่องที่ท้าทายทั้งภาครัฐและชุมชนไม่น้อย
ขณะที่ วิสุทธิ บุญญะโสภิต รองผู้อำนวยการ สปสช. เขต 3 นครสวรรค์ กล่าวว่า เครือข่ายสมัชชาสุขภาพ จ.นครสวรรค์ มีความเห็นร่วมกันให้ขับเคลื่อน จ.นครสวรรค์ ก้าวสู่การเป็นเมืองผลิตอาหารปลอดภัยตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมาจึงทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยในปี 2561 ได้ร่วมกับหน่วยจัดการ สสส. จ.นครสวรรค์ เข้าหนุนเสริม 6 พื้นที่ รวมถึงที่ชุมชนบ้านดอนตะเคียน ซึ่งจากการขับเคลื่อนงานโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ในระยะ 10 เดือน พิสูจน์ให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการใช้สารเคมีมาสู่วิถีไร้สารเคมี โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานในการดำเนินงานได้สำเร็จ ขณะที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมภายนอก คอยหนุนเสริมเพิ่มศักยภาพด้านการวิเคราะห์และวางแผนแก้ไขปัญหา จนนำไปสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในที่สุด
"เราหวังว่าพื้นที่บ้านดอนตะเคียน จะกลายพื้นที่ต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ ในเรื่องเกษตรปลอดภัย โดยเตรียมต่อยอดความสำเร็จนี้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัด ผ่านการเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัย เพื่อเกษตรกรในพื้นที่ปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย อันส่งผลต่อการมีสุขภาพดีในที่สุด และการผลักดันให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ก็จะเป็นไปได้จริงในไม่ช้า" วิสุทธิ กล่าว.
ปั้นพื้นที่เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ เจาะลึก 5 วิสาหกิจชุมชนไทย จากต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ ผ่านการขยายตลาดทั่วไทยบน Shopee
ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการวิศวกรรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีควบคุมคุณภาพสุรากลั่น ก้าวใหม่ของวิสาหกิจชุมชนพะเยาสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ซึ่งกำลังเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวคิดเรื่อง "อธิปไตยทางการค้า" ของประเทศ
วว. ติดตามผลแปรรูปมะม่วงตกเกรด หนุนวิสาหกิจชุมชนสุพรรณบุรี
ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นเนล (ไทยแลนด์) ประกาศความสำเร็จ โครงการ "HIT REAL CHALLENGE ปีที่ 3"
มูลนิธิสัมมาชีพ เปิดเวทีระดับประเทศ เฟ้นหา "ต้นแบบสัมมาชีพ" หนุนเศรษฐกิจฐานรากไทยแข็งแรง
EECO เปิดตัว "EEC Select Best Service 2026" ยกระดับบริการชุมชน สู่มาตรฐาน "SERVICE + SMART + SMILE" ขับเคลื่อนสู่สากล
เกษตรเขต 2 ภาคตะวันตก เสริมองค์ความรู้เกษตรกรไทย เตรียมพร้อมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2569
PHAT จับมือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร ประชุมสมาชิกเตรียมรับรองมาตรฐาน RSPO รุ่นที่ 3