เป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานวิจัยให้บรรลุผลโดยไม่ได้สัมผัสกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เพราะชีวิตไม่ได้อยู่แค่เพียงในห้องทดลอง เช่นเดียวกับการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ไม่อาจเห็นผลในทางปฏิบัติได้ หากไร้ "พื้นที่แสดงตัวตน" และ "การปลดปล่อยคนพิการ"
รองศาสตราจารย์ ดร.ทวี เชื้อสุวรรณทวี อาจารย์ประจำหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเปิดมุมมองของการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการว่า ควรให้ความสำคัญกับ "การวิจัยเชิงคุณภาพ" และ "การวิจัยแบบผสานวิธี"
โดยไม่ได้เป็นเพียง "การวิจัยเชิงปริมาณ" ที่ให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มตัวอย่าง เพื่อเป็นตัวแทนผ่านค่าเฉลี่ย หรือค่ากลางของคนส่วนใหญ่เท่านั้น
แต่ควรผสมผสานด้วย "การวิจัยเชิงคุณภาพ" ที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูล ปรากฏการณ์เฉพาะ แม้จะเป็นเพียง "เสียงสะท้อน" ของคนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มเปราะบางเท่านั้น
เฉกเช่นคนพิการ แม้เพียงไม่กี่คน หากได้มีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการพูดคุย เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของคนพิการ จนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็สามารถหยิบมาตีแผ่ให้กลายเป็น "พื้นที่แสดงตัวตน" ได้
ซึ่งจะเป็นการช่วย "ปลดปล่อยคนพิการ" ให้พ้นจากพันธนาการแห่ง "การกดขี่ทางโครงสร้างอำนาจ" และ"เลือกปฏิบัติ" ของสังคมได้ต่อไป
ซึ่ง "การวิจัยเพื่อการปลดปล่อย" ที่เป็นการเปิดโอกาสให้คนพิการได้ "มีส่วนร่วม" และ "เป็นเจ้าของพื้นที่ทางวิชาการ" ใน "พื้นที่แสดงตัวตน" นั้น นอกจากจะทำให้ได้ "ผลลัพธ์" ที่จะสามารถ "ส่งต่อ" ให้เกิดความเข้าใจของสังคมในความต้องการของคนพิการ สู่การสร้างสรรค์ปัจจัยที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการ ให้สามารถอยู่ร่วมกับคนทั่วไปในสังคมได้อย่างสันติสุขแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คนพิการได้เข้าใจตัวเอง และสังคมคนพิการด้วยกันเองมากยิ่งขึ้นต่อไปอีกด้วย
รองศาสตราจารย์ ดร.ทวี เชื้อสุวรรณทวี กล่าวต่อไปว่า "นักวิจัย" เป็นเพียง "ผู้มีส่วนช่วยขับเคลื่อน" ให้เกิด "การเปลี่ยนแปลง" เท่านั้น แต่สังคมจะเปลี่ยนได้ ต้องเริ่มต้นที่การเปลี่ยน และขยาย "mindset" หรือ วิธีคิด กระบวนทัศน์ของแต่ละบุคคลให้เป็นไปอย่างถูกทิศทางเสียก่อน
ตัวอย่างกรณีเรื่องการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ให้ได้ผลนั้น อาจไม่เพียงการให้ความรู้ทางด้านสาธารณสุขที่คุ้นชินแก่ประชาชนเท่านั้น แต่สำคัญที่การมองไปถึง "ความมั่นคงทางสังคม" ร่วมด้วย
โดยควรที่จะวิเคราะห์ลงลึกให้ได้ถึง "การให้คุณค่า" และ"ความหมายของชีวิต" ของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถเกิด"ความเข้าใจ" และ "การเข้าถึง" ได้อย่างตรงจุด
หากเราสามารถเปิดมุมมองที่หลากหลายในการทำงานวิจัยเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ จะเป็นการพัฒนามวลมนุษยชาติให้สามารถ "รู้รอบด้าน" ได้มากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด คนพิการก็ยังคงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่าน "การยกระดับทางการศึกษา" และ "การไม่เลือกปฏิบัติ" ของสังคมในทุกยุคสมัย
ขอเพียง "ความเข้าใจ" และ "ท่าที" ต่อคนพิการ ในฐานะ"มนุษย์" อย่างเท่าเทียม เสมอภาค และการพึ่งพาอาศัยกัน
เชื่อว่าอนาคตของคนพิการไทยที่จะสามารถยืนหยัดอย่างยั่งยืนด้วย "ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์" ได้เฉกเช่นเดียวกับคนทั่วไปทั่วโลกนั้นคงอยู่ไม่ไกล
อนาคตประเทศไทย…บนเส้นทางสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ย้อนมอง 10 ปี INT มหิดล กับภารกิจเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาร่วมปั้นนักธุรกิจที่เคารพสิทธิทมนุษยชน
ภาคีวิชาการชง 4 ข้อเสนอ ยกระดับระบบเฝ้าระวังสารพิษตกค้างระดับชาติ เปิดผลศึกษากรณี "พริก-ส้ม" ชี้ช่องว่างกลางน้ำ ทำให้ตรวจพบสินค้าเสี่ยงแต่ตามกลับไม่ถึงแปลงปลูก
GULF ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ม.มหิดล เสริมแกร่งการวิจัยพัฒนา 'Nature-based Innovation' พร้อมหนุนศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบาง
PTG - ศิริราช จัดหน่วยรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ เจาะกลุ่มกองทัพเรือ
TSPCA เตือนโรคอุบัติใหม่จากสัตว์สู่คน พร้อมย้ำให้ดูแลสัตว์อย่างเข้าใจ
ม.มหิดล ผนึก กรุงไทย ลงนาม "Talent for Tomorrow, Development for All" ปั้นกำลังคนแห่งอนาคต ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน
SCRUBB สร้างค่ำคืนแห่งความทรงจำสุดประทับใจใน "SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration" ถ่ายทอดบทเพลงในมิติใหม่ร่วมกับวงออร์เคสตร้ากว่า 72 ชีวิต
WHA Group ส่งเสริมทักษะแรงงานไทย ผนึก ม.มหิดล - ESIE HR Club ทำหน้าที่ "สะพานเชื่อม" ขับเคลื่อน Upskill & Reskill กำลังคนยุค AI รองรับอุตสาหกรรมอนาคต