"วันนี้เรายินดีที่ได้ประกาศว่า ลูโคสแตรท ซีดีเอ็กซ์ เอฟแอลที3 (LeukoStrat(R) CDx FLT3 Mutation Assay) อุปกรณ์ทดสอบการกลายพันธุ์ของยีนเอฟแอลที3 (FLT3) ของอินวิโวสไครบ์ (Invivoscribe) ได้รับการอนุมัติโดยบีเอสไอ (BSI) (เนเธอร์แลนด์) และองค์การยาแห่งยุโรป (EMA) เป็นอุปกรณ์กายจำลองทดสอบยา (CDx) ประเภทซี โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ที่เข้มงวดของข้อบังคับว่าด้วยการตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกาย (IVDR) (ข้อบังคับสหภาพยุโรป (EU) 2017/746) อินวิโวสไครบ์เป็นบริษัทแห่งแรก ๆ ของโลกที่ได้รับการอนุมัติ IVDR สำหรับอุปกรณ์ทดสอบ CDx โดย IVDR นี้คือชุดข้อบังคับที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 โดยสหภาพยุโรป เพื่อสร้างความปลอดภัย การสอบกลับได้ คุณภาพ และสมรรถนะของอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกาย (IVD)" คุณเจสัน เจอร์โฮลด์ (Jason Gerhold) ผู้อำนวยการระดับโลกฝ่ายการกำกับดูแล คุณภาพ และกิจการคลินิกของอินวิโวสไครบ์ กล่าว
ข้อบังคับ IVDR นี้มีผลต่ออุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกายที่มีอยู่เดิมและที่ออกใหม่ทั้งหมดที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป รวมถึงที่นำเข้าจากภายนอกสหภาพยุโรป ข้อบังคับ IVDR เป็นระบบการจำแนกประเภทระบบใหม่สำหรับอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกาย โดยอิงจากระดับของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ระบบการจำแนกนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเอ (Class A) (มีความเสี่ยงต่ำที่สุด), ประเภทบี (Class B), ประเภทซี (Class C) และประเภทดี (Class D) (มีความเสี่ยงสูงที่สุด) การจำแนกประเภทอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกายจะกำหนดระดับของการตรวจสอบที่จะดำเนินกับอุปกรณ์ระหว่างกระบวนการประเมินความสอดคล้อง ทั้งนี้ IVDR ขึ้นอยู่กับหน่วยงานจดแจ้งที่ได้รับอนุญาตโดยสหภาพยุโรป ในการประเมินและรับรองอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกาย หน่วยงานจดแจ้งเหล่านี้เป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการรับรองโดยสหภาพยุโรป ในการดำเนินการประเมินความสอดคล้องและออกใบรับรองมาตรฐาน CE
ผู้ผลิตอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกายต้องแสดงการปฏิบัติตามข้อบังคับ IVDR ด้วยการดำเนินระบบจัดการคุณภาพและแสดงเอกสารเชิงเทคนิค เพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างในความสอดคล้องกับข้อกำหนด นอกจากนี้ยังจะต้องแต่งตั้งบุคคลผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และจะต้องมีระบบเฝ้าระมัดระวังและระบบควบคุมตรวจตราหลังวางจำหน่ายสู่ตลาด ผู้ผลิตยังจะต้องแสดงสรุปข้อมูลด้านความปลอดภัยและสมรรถนะเชิงคลินิก (SSCP) สำหรับอุปกรณ์ของตนซึ่งควรจะต้องเข้าถึงได้โดยสาธารณะ โดยสรุปในภาพรวม ข้อบังคับ IVDR มุ่งเพิ่มความปลอดภัย การสอบกลับได้ คุณภาพ และสมรรถนะของอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ภายนอกร่างกาย พร้อมเพิ่มความไว้วางใจให้แก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ว่า อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายที่ใช้นั้นเชื่อถือได้และแม่นยำ
ลูโคสแตท ซีดีเอ็กซ์ เอฟแอลที3 นี้ เป็นอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายแบบพีซีอาร์ (PCR) ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการเพิ่มขึ้นของสารพันธุกรรมในการกลายพันธุ์ชนิดแทนเดม ดูพลิเคชันแบบภายใน (internal tandem duplication หรือ ITD) และการกลายพันธุ์บริเวณไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase domain หรือ TKD) ดี835 และ ไอ836 ในยีนเอฟแอลที3 ในดีเอ็นเอจากจีโนมซึ่งนำมาจากผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ (acute myelogenous leukemia หรือ AML) ยีนเอฟแอลที3 ที่เกิดขึ้นเองในร่างกาย (somatic) นี้จัดอยู่ในกลุ่มการกลายพันธุ์ตัวเร่ง (driver mutation) ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเป็นหนึ่งในปัจจัยบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดของการรอดชีวิตโดยรวมในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์[1] ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ร้ายแรงที่สุด แต่ละปีในสหรัฐฯ มีการวินิจฉัยพบโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ในราว 20,000 ราย และสถิติชี้ว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์รายใหม่ที่มีการกลายพันธุ์ของยีนเอฟแอลที3 มีอัตราการรอดชีวิตโดยเปรียบเทียบระยะเวลา 5 ปีอยู่ที่เพียง 30.5%[2]
"การเป็นอุปกรณ์กายจำลองทดสอบยากลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับการอนุมัติภายใต้ข้อบังคับ IVDR นับเป็นอีกครั้งที่อินวิโวสไครบ์ได้แสดงถึงสถานะการเป็นผู้นำของเรา การมุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานระดับนานาชาติสำหรับการทดสอบวินิจฉัยเชิงโมเลกุล เราเชื่อว่าการยึดมั่นในมาตรฐานและการปฏิบัติในห้องปฏิบัติการที่เข้มงวดนั้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าที่ปรากฏอย่างชัดเจนของการบูรณาการในแนวดิ่งโดยบริษัทของเรา" คุณเจฟ มิลเลอร์ (Jeff Miller) ซีอีโอและซีเอสโอของอินวิโวสไครบ์ กล่าว "อินวิโวสไครบ์เพียบพร้อมด้วยทีมงานระดับโลกที่มีความสามารถสูง ความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนา ชีวสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ การผลิตตามมาตรฐานที่ดีในการผลิต (cGMP) การกำกับดูแล คุณภาพ กิจการทางคลินิก การขาย การตลาด และการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการทางคลินิกของเราทั่วโลก โดยพร้อมเต็มที่ที่จะให้บริการตอบสนองความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนพันธมิตรเภสัชภัณฑ์และชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลกและระดับภูมิภาค"
เกี่ยวกับอินวิโวสไครบ์
อินวิโวสไครบ์ (Invivoscribe) เป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกแบบบูรณาการในแนวดิ่ง มุ่งพัฒนาชีวิตด้วยการวินิจฉัยที่แม่นยำ (Improving Lives with Precision Diagnostics(R)) มาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี อินวิโวสไครบ์ได้ปรับปรุงคุณภาพของการดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยให้บริการตัวทำปฏิกิริยา วิธีการทดสอบ และเครื่องมือชีวสารสนเทศคุณภาพสูงและได้มาตรฐานในสาขาการแพทย์แม่นยำ อินวิโวสไครบ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการร่วมมือกับบริษัทเวชภัณฑ์ทั่วโลกที่มีความสนใจในการพัฒนาและจัดจำหน่ายกายจำลองทดสอบยา และมอบความรู้ความชำนาญทั้งในด้านการกำกับดูแลและบริการทางห้องปฏิบัติการ อินวิโวสไครบ์ให้บริการชุดเครื่องมือที่จัดจำหน่ายได้ เช่นเดียวกับบริการด้านการทดลองทางคลินิกผ่านห้องปฏิบัติการทางคลินิกในเครืออย่างแล็บพีเอ็มเอ็ม (LabPMM) ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วโลก อินวิโวสไครบ์เป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะในเรื่องการพัฒนาด้านการวินิจฉัย ไปจนถึงการทดลองทางคลินิก การยื่นเอกสารด้านการกำกับดูแล และการจัดจำหน่าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่ออินวิโวสไครบ์ทางอีเมล: [email protected] หรือติดตามอินวิโวสไครบ์ทางลิงด์อิน
อ้างอิง
[1] Daver N et al. Leukemia (2019) 33:299-312.
[2] https://seer.cancer.gov/statfacts/html/amyl.html
โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1019746/Invivoscribe_Logo.jpg
แอลม่า เลเซอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Soprano Titanium สู่ตลาดไทย ในงาน Alma Gala 2026 ครั้งแรก พร้อมรุกวิสัยทัศน์ด้านเวชศาสตร์ความงามเพื่อความยั่งยืน
TM พบนักลงทุนประจำไตรมาส 1/2569 รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้ 682.59 ล้านบาท
พีทีที สเตชั่น มอบเงิน 2.83 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช มุ่งยกระดับคุณภาพการรักษาและปั้นบุคลากรทางการแพทย์เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน
พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ฉลอง 11 ปียิ่งใหญ่ แต่งตั้ง CEO หญิงคนแรกของไทย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ "QUADESSY"
Class Clinic ยักษ์ใหญ่ความงามภาคอีสานสยายปีก จับมือ NK Medic Group ส่งมอบนวัตกรรม มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท
TM โชว์ผลงานปี 2025 มีรายได้ขายสินค้า 682.59 ล้านบาท
คืนชีพตำนาน "รวมพลคนโลกดนตรี POP ON STAGE 80s - 90s" ขนทัพ 20 ศิลปินไอคอนระดับประเทศ รวมตัวเปลี่ยน "เสียงเพลงที่คิดถึง" เป็น "เครื่องมือแพทย์ต่อลมหายใจ
เคทีซีปลุกกระแส "เปลี่ยนคะแนนเป็นอุปกรณ์แพทย์" ขับเคลื่อนการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในโรงพยาบาลรัฐ