ICT ยกระดับโรงงาน OEM สู่ Smart Manufacturing รุกตลาดสกินแคร์เต็มรูปแบบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ตั้งเป้ารายได้ 1,500 ล้านบาทในปี 2569 ปูทางสู่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์

ICT ยกระดับโรงงาน OEM สู่ Smart Manufacturing รุกตลาดสกินแคร์เต็มรูปแบบ

บริษัท ไอซีที แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับจ้างผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร (OEM) เดินหน้ายกระดับศักยภาพโรงงานสู่ Smart Manufacturing ยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ขยายธุรกิจสู่ตลาดสกินแคร์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมแตะ 1,500 ล้านบาท ภายในปี 2569 และวางรากฐานสู่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวขององค์กรนายธนวัฒ พิบูลย์สวัสดิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ไอซีที แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM 100% โดยไม่มีแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง เพื่อยืนหยัดในบทบาทการเป็น "พันธมิตรทางธุรกิจ" ที่มุ่งสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้า ไม่ใช่คู่แข่งขัน ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์เครื่องสำอางทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ICT ยกระดับโรงงาน OEM สู่ Smart Manufacturing รุกตลาดสกินแคร์เต็มรูปแบบ

จากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางกลุ่มเมคอัพ บริษัทได้กำหนดยุทธศาสตร์ขยายสู่ ตลาดสกินแคร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยยังคงต่อยอดความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม มากกว่าการแข่งขันด้านราคา แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทาย แต่ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถเติบโตได้ 15% จากปีก่อน และมีกำลังการผลิตรวมกว่า 40 ล้านชิ้นต่อปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับแบรนด์ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นายธนวัฒ ให้ข้อมูลต่อว่า เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว บริษัทได้ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเม็ดบีดส์และระบบ Encapsulation (NCAP) ภายในโรงงาน พร้อมร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใส และครีมกันแดด ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในตลาดโลก

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัท คือ การยกระดับโรงงานสู่ Smart Manufacturing ผ่านการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี Camera Vision มาใช้ในกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สามารถรองรับการเติบโตของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีแผนทยอยลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม 50-200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

สำหรับแผนธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตในกลุ่มสกินแคร์เป็น 10-20 ล้านชิ้นต่อปี คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 500-700 ล้านบาท และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เป้าหมายรายได้รวม 1,500 ล้านบาทภายในปี 2569 ควบคู่กับการนำ Data Science มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาด เพื่อช่วยให้ลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง ตอบโจทย์ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายธนวัฒ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทไม่ได้มุ่งลงทุนเพียงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่ต้องการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม การลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการสร้าง Ecosystem ของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาบุคลากร การผลิตวัตถุดิบ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลักดันแนวคิด T-Beauty เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลก

สำหรับแผนระยะยาว บริษัทเตรียมต่อยอดศักยภาพโรงงานและมาตรฐานการผลิตสู่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตขององค์กร และจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต ขณะที่ยังคงมุ่งเน้นธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจหลัก และไม่มีนโยบายเข้าสู่ธุรกิจอาหารเสริม เนื่องจากมีโครงสร้างการแข่งขันที่แตกต่างกัน

ภายหลังการเข้าร่วมแสดงศักยภาพในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 บริษัทได้รับความสนใจจากเจ้าของแบรนด์ ผู้ประกอบการ และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มองหาโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีมาตรฐานการผลิตและศักยภาพด้านนวัตกรรม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ตลาดมีต่อผู้ประกอบการไทย และเปิดโอกาสในการขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดอาเซียนและตลาดส่งออก ซึ่งสอดคล้องกับแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจของบริษัทในระยะยาว

"การลงทุนในวันนี้ คือการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในอีก 10 ปีข้างหน้า เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิต แต่คือการยกระดับศักยภาพของโรงงานให้พร้อมรองรับการเติบโตของลูกค้าในทุกมิติ เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพันธมิตรที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และร่วมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล"


ข่าวอุตสาหกรรมความงาม+เครื่องมือแพทย์วันนี้

K.N.A. Inter Pharma ผนึก Diamond Biotechnology ยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทย สู่ศูนย์กลาง การผลิตเครื่องมือแพทย์ระดับโลก

นายนาดิ้รชา ปาทาน ประธานกรรมการบริหาร (ที่ 3 จากขวา) และแพทย์หญิงอัชฌา นูนคาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เค.เอ็น.เอ. อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด (ที่ 2 จากขวา) ร่วมกับ นายแพทย์ อารอน เชีย-เซียน เซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด (กลาง) และนายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง และผู้ก่อตั้ง Rassapoom Clinic (ที่ 3 จากซ้าย) แถลงข่าวความร่วมมือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับธุรกิจความงามสู่อุตสาหกรรมระดับสากล จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเปิดโรงงานผลิตเครื่องมือ

SOE Medical ตอกย้ำความเป็นผู้นำเข้าและจัด... SOE Medical จัดงาน "SOE Medical Starry Night" ขอบคุณลูกค้าและพาร์ทเนอร์ — SOE Medical ตอกย้ำความเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ คัดสรรเครื่องมือ...

Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ภายใต้บริษัท เ... Zadi & Jo เปิดตัวแบรนด์ความงามอย่างเป็นทางการ ปักธง Teen Beauty ไทย — Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ภายใต้บริษัท เจเนอรัส ซีนิธ จำกัด เปิดตัวอย่างเป็นทาง...

กระแส Clean Beauty และ Natural Health กำล... CHALIQUE กับแนวคิด Ingredient First เมื่อ Clean Beauty ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเป็นธรรมชาติ — กระแส Clean Beauty และ Natural Health กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจั...