เชื่อว่าหลายๆ คนชื่นชอบในการซื้อสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทของใช้ ขนม หรือสินค้าแฟชั่นต่างๆ เพราะนอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว สินค้าจากประเทศญี่ปุ่นยังมีความหลากหลาย แถมบางครั้งราคายังถูกกว่าบ้านเราอีกด้วย สำหรับใครที่อยากรู้ขั้นตอนการ shipping นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น วันนี้เรามีเทคนิคที่คุณควรรู้มาฝากกัน ถึงแม้ว่าขั้นตอนการ shipping นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นอาจจะมีความซับซ้อนบ้างก็ตาม แต่โดยหลักๆ แล้วหากทำตามไปในแต่ละขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะรู้ว่าไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : เลือกสินค้าที่ต้องการนำเข้า
ขั้นตอนแรกคือการเลือกสินค้าที่ต้องการนำเข้า โดยสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้จากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Yahoo Japan Auctions, Rakuten, หรือ Mercari เป็นต้น และเมื่อพบสินค้าที่ต้องการแล้ว ให้ศึกษาข้อมูลของสินค้าอย่างรอบคอบ โดยให้พิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพของสินค้า ราคาสินค้า ระยะเวลาการจัดส่ง เป็นต้น โดยในการเลือกสินค้าอาจจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้
- สภาพของสินค้า ควรเลือกสินค้าที่มีสภาพดีและตรงตามรายละเอียดที่ผู้ขายระบุไว้
- ราคาสินค้า ควรเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ แหล่ง เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
- ระยะเวลาการจัดส่ง ควรพิจารณาระยะเวลาการจัดส่งให้เหมาะสมกับความต้องการ
ขั้นตอนที่ 2 : ติดต่อผู้ขาย
เมื่อตัดสินใจเลือกสินค้าได้แล้ว จะต้องติดต่อผู้ขายเพื่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ เช่น ราคาสินค้า วิธีการชำระเงิน ระยะเวลาการจัดส่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถขอดูรูปภาพเพิ่มเติมของสินค้าได้ เพื่อให้ทราบถึงสภาพของสินค้าที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร
ขั้นตอนที่ 3 : ชำระเงิน
เมื่อตกลงซื้อขายสินค้ากับผู้ขายแล้ว จะต้องชำระเงินให้กับผู้ขาย โดยสามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือ PayPal เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 4 : รอสินค้าจัดส่ง
เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้ขายจะจัดส่งสินค้าให้ โดยระยะเวลาการจัดส่งหรือ shipping นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งและระยะทางด้วย
ขั้นตอนที่ 5 : ชำระภาษีและค่าธรรมเนียม
เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้ว ผู้นำเข้าจะต้องดำเนินการชำระภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 6 : รับสินค้า
เมื่อชำระภาษีและค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าจะได้รับสินค้า ซึ่งจะเห็นว่าในแต่ละขั้นตอนนั้น ไม่ได้ยุ่งยากแต่อาจใช้เวลาในการขนส่งนั่นเอง
ข้อควรระวังในการ shipping นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น
ในการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น มีข้อควรระวังบางประการที่เราควรให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
- สินค้านำเข้าบางประเภทอาจต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สินค้าที่มีลิขสิทธิ์หรือสินค้าอันตราย
- สินค้านำเข้าบางประเภทอาจต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย
- สินค้านำเข้าอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย เป็นต้น
ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นอาจดูซับซ้อนและใช้เวลานานสำหรับผู้เริ่มต้น อย่างไรก็ตาม หากศึกษาข้อมูลและปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างรอบคอบ ก็สามารถนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น
Pentel Thailand เปิดตัว "Pentel Mini Truck" บุกตลาดเปิดเทอม 2569 สร้างประสบการณ์แบรนด์รูปแบบใหม่ผ่าน Mobile Brand Experience
Ayasan Holdings เปิดตัวบริการดูแลผู้สูงอายุ "Ayasan Cares" รับตลาดบริการดูแลผู้สูงอายุแบบเยี่ยมบ้านและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทยโตต่อเนื่อง
Calvin Klein จับมือ Jung Kook จัดงานฉลองความร่วมมือครั้งสำคัญ ณ ร้านแฟล็กชิปสโตร์สาขาฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ยามาฮ่ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น จับมือ HoYoverse เปิดตัวโปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมกับเกม Zenless Zone Zero ถ่ายทอดเอกลักษณ์ XSR900GP สู่โลกเสมือน
สีนวัตกรรมระดับโลก "นิปปอนเพนต์" ลงนามเข้าร่วมเครือข่าย CECI ขานรับเป้าหมายรวมพลังผลักดัน "เศรษฐกิจหมุนเวียน" ยกระดับ "อุตสาหกรรมก่อสร้าง"
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเฉลิมฉลองโปเกมอนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียกับ "Pokemon Asia 30th Anniversary"
"REVOMED GROUP" ปฏิวัติอุตสาหกรรม Beauty & Wellness ไทย!
CHABUTON ขอบคุณลูกค้าชาวไทย ส่งท้าย 16 ปีแห่งความอร่อย ชวนแฟนราเมนร่วมเก็บทุกความทรงจำ พร้อมโปรพิเศษก่อนอำลาสาขาสุดท้าย
Rohto (โรห์โต้) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว "Rohto Eye Drops" ผลิตภัณฑ์ดูแลเลนส์สัมผัสในประเทศไทยแล้ววันนี้