บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลชั้นนำระดับโลก เตรียมซื้อคืนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ที่บริษัทมีสิทธิที่จะไถ่ถอนได้เมื่อครบกำหนด 5 ปีในเดือนพฤศจิกายนนี้ จำนวน 6,000 ล้านบาท โดยกำหนดปิ reดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในการได้รับการไถ่ถอน จ่ายคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งกำหนดวันไถ่ถอนหุ้นกู้เป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 สะท้อนความสามารถในการบริหารทางการเงินที่แข็งแกร่ง
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "การเดินหน้าซื้อคืนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน พร้อมจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนทางเงินทุนของกลุ่มให้ดีขึ้นโดยสามารถลดต้นทุนทางการเงินได้ประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความสามารถในการบริหารจัดการและชำระคืนหุ้นกู้ได้ตามแผนที่วางเอาไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน"
นอกจากนี้ ศูนย์บริหารเงินของไทยยูเนี่ยน (Global Treasury Center) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการบริหารสภาพคล่องและการบริหารเงินสดของบริษัท การจัดหาแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงทางการเงินซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยทางเศรษฐกิจแบบรอบด้าน เพื่อวางแผนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าได้อย่างทันท่วงที ตัวอย่างเช่น การป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน (Hedging) ซึ่งถึงแม้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอย่างมากในขณะนี้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินของเราในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยได้
การซื้อคืนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับเครดิตองค์กร โดย ทริสเรทติ้ง เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนได้รับการประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ "A+" ต่อเนื่อง พร้อมคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ซึ่งไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (Hybrid Debentures) ของบริษัทที่ระดับ "A-" แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" เพราะทริสเรทติ้งมองว่าไทยยูเนี่ยนมีศักยภาพจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งกระจายตัวอยู่ในหลายภูมิภาค ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา และมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาทิ อุตสาหกรรมส่วนประกอบอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมทางธุรกิจของไทยยูเนี่ยน
ไทยยูเนี่ยนเดินหน้าพันธกิจ SeaChange(R) 2030 เปิดตัวนวัตกรรมซองทูน่า รีไซเคิลได้ เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม นำร่องในยุโรปภายใต้แบรนด์ John West
ไทยยูเนี่ยน ผนึกความร่วมมือ Wholechain แพลตฟอร์มดังระดับโลกด้านการตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล ดึงเทคโนโลยียกระดับ ความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล
ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi Fi บนเรือประมงพันธมิตรตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange(R) 2030
ไทยยูเนี่ยน และแบรนด์ Mareblu จับมือ LifeGate องค์กรด้านความยั่งยืนลงพื้นที่นำร่องในอิตาลี เดินหน้าโครงการฟื้นฟูหญ้าทะเล ร่วมอนุรักษ์แหล่งอาหารสัตว์น้ำ
เอ็นไอเอ จับมือพันธมิตร ไทยยูเนี่ยน มหาวิทยาลัยมหิดล ไทยเบฟ และเนสท์เล่ เปิดรับสมัครฟู้ดเทคสตาร์ตอัป เข้าร่วมโครงการ "SPACE-F ปี 7"
ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
ไทยยูเนี่ยนแต่งตั้ง เฮเลน สโนว์บอล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล
ซีเล็คโตสวนกระแส ครองส่วนแบ่งตลาด 57.5% ยืนหนึ่งตลาดทูน่ากระป๋อง พร้อมตั้งเป้าโตต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ Smart Protein for All
ซีเล็ค x เด็กสมบูรณ์ เปิดตัว "ปลาทูน่านึ่งซีอิ๊ว" ครั้งแรกของโลก ชูธง SMART PROTEIN คู่ความอร่อยคูณสองแบบต้นตำรับ