บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และแบรนด์ Mareblu ในอิตาลี ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ผ่านการผนึกความร่วมมือกับ LifeGate องค์กรด้านความยั่งยืน เพื่อเดินหน้าโครงการฟื้นฟูหญ้าทะเลในประเทศอิตาลี ท่ามกลางสถานการณ์หญ้าทะเลถดถอยที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Water Defenders Alliance ของ LifeGate ซึ่งประกอบด้วยสถาบันและองค์กรพันธมิตรหลายแห่ง รวมทั้ง Mareblu โดยมีภารกิจร่วมกันในการปกป้องและอนุรักษ์ท้องทะเล โครงการนำร่องนี้จะช่วยพัฒนาฐานข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับแนวทางการฟื้นฟูหญ้าทะเลสายพันธุ์ Cymodocea nodosa พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานอนุรักษ์ในอนาคต
พื้นที่นำร่องนั้นตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ทางทะเล Miramare บริเวณอ่าวเมือง Trieste ชายฝั่งของประเทศอิตาลี ซึ่งได้รับการรับรองโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve) โดยในเดือนมิถุนายน 2568 นักชีววิทยาทางทะเลจาก Shoreline ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์ของ LifeGate ได้ทำการเคลื่อนย้ายต้นหญ้าทะเลประมาณ 2,300 ต้น ไปปลูกบนพื้นที่จำนวน 9 แปลง ขนาด 100 ตารางเมตร เพื่อช่วยฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยใต้ทะเลของสัตว์น้ำ
ทุ่งหญ้าทะเลมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ ช่วยยึดจับตะกอนดินไม่ให้ฟุ้งกระจาย ลดความขุ่นของน้ำ และมีส่วนสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประเมินว่าทุ่งหญ้าทะเลทั่วโลกกำลังลดลงราว 7% ต่อปี
จากการติดตามผลในระยะแรกพบว่า ต้นหญ้าทะเลที่นำมาปลูกมีอัตราการรอดชีวิตและการยึดเกาะพื้นทะเลในระดับสูง อย่างไรก็ดี ทีมงานตรวจพบร่องรอยการกัดกินใบหญ้าจำนวนมากจากสัตว์กินพืช จึงได้ติดตั้งกรงป้องกันชั่วคราวจำนวน 9 ชุด ณ แปลงฟื้นฟู เพื่อปกป้องต้นหญ้าทะเลในช่วงที่กำลังเจริญเติบโตและหยั่งราก
นอกจากการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยแล้ว โครงการนำร่องนี้ยังมุ่งทดสอบแนวทางการฟื้นฟูทุ่งหญ้าทะเลที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การประเมินศักยภาพการนำหญ้าทะเลที่ถูกซัดขึ้นฝั่งมาหมุนเวียนใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการปลูก รวมถึงการใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เพื่อช่วยประคับประคองการเจริญเติบโตของต้นหญ้าทะเลในระยะเริ่มต้น โดยจะมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบไปจนถึงสิ้นปี 2569 และมีการกำหนดรอบการติดตามให้สอดคล้องกับวัฏจักรการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล
นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ทุ่งหญ้าทะเลเป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญยิ่ง และการฟื้นฟูนั้นจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการทำงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง และขับเคลื่อนด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ โครงการนำร่องนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange(R) 2030 ในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญ ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และการดำเนินงานที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม"
โครงการดังกล่าวตอกย้ำพันธกิจของไทยยูเนี่ยนภายใต้กลยุทธ์ SeaChange(R) 2030 ในการส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ผ่านการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบ การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ท้องทะเล โดยบริษัทมุ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม เพื่อเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบนิเวศทางทะเล และสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารทะเลในระยะยาวให้กับชุมชนทั่วโลก
ไทยยูเนี่ยนเดินหน้าพันธกิจ SeaChange(R) 2030 เปิดตัวนวัตกรรมซองทูน่า รีไซเคิลได้ เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม นำร่องในยุโรปภายใต้แบรนด์ John West
ไทยยูเนี่ยน ผนึกความร่วมมือ Wholechain แพลตฟอร์มดังระดับโลกด้านการตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล ดึงเทคโนโลยียกระดับ ความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล
ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi Fi บนเรือประมงพันธมิตรตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange(R) 2030
เอ็นไอเอ จับมือพันธมิตร ไทยยูเนี่ยน มหาวิทยาลัยมหิดล ไทยเบฟ และเนสท์เล่ เปิดรับสมัครฟู้ดเทคสตาร์ตอัป เข้าร่วมโครงการ "SPACE-F ปี 7"
ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
ไทยยูเนี่ยนแต่งตั้ง เฮเลน สโนว์บอล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล
ซีเล็คโตสวนกระแส ครองส่วนแบ่งตลาด 57.5% ยืนหนึ่งตลาดทูน่ากระป๋อง พร้อมตั้งเป้าโตต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ Smart Protein for All
ซีเล็ค x เด็กสมบูรณ์ เปิดตัว "ปลาทูน่านึ่งซีอิ๊ว" ครั้งแรกของโลก ชูธง SMART PROTEIN คู่ความอร่อยคูณสองแบบต้นตำรับ