กทม. เข้มตรวจสอบใบอนุญาต-โครงสร้างอาคาร-ระบบรักษาความปลอดภัยโรงแรมทั่วกรุงฯ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวถึงการดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาต โครงสร้างอาคาร และระบบรักษาความปลอดภัยโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า สปภ. ได้ขอความร่วมมือเจ้าของอาคารและสถานประกอบการต่าง ๆ ให้เฝ้าระวัง ตรวจตรา และเตรียมความพร้อมป้องกันอันตรายจากเหตุเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้น โดยขอให้ตรวจสอบระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยของอาคารอย่างสม่ำเสมอ ประกอบด้วย ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ติดตั้งป้ายบอกเส้นทางหนีไฟในบริเวณที่เห็นชัดเจน มีไฟฟ้าส่องสว่าง และสามารถนำไปสู่ทางออก ติดตั้งถังดับเพลิงที่มีสภาพสมบูรณ์ในจุดที่สังเกตง่ายและหยิบใช้งานสะดวก มีบันไดหนีไฟอย่างน้อย 2 แห่ง ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ เพื่อควบคุมเพลิงเบื้องต้น ติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินที่แยกออกจากระบบไฟฟ้าอื่นภายในอาคาร และติดตั้งผังอาคารรวมบริเวณชั้นล่างและผังอาคารของแต่ละชั้นในทุกชั้น ซึ่งแสดงตำแหน่งที่อยู่ อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ และประตูทางออกฉุกเฉิน เป็นต้น พร้อมทั้งขอให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างจัดฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานมีความรู้และประสบการณ์ สามารถช่วยเหลือตนเอง หรือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย

กทม. เข้มตรวจสอบใบอนุญาต-โครงสร้างอาคาร-ระบบรักษาความปลอดภัยโรงแรมทั่วกรุงฯ

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สถานีดับเพลิงและกู้ภัยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำกับเจ้าของอาคารและสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ และสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพหนีไฟให้กับสถานประกอบการโรงแรม ที่พัก หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวและแหล่งชุมชนเมืองที่มีความแออัดสูง ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเหตุเพลิงไหม้ หรือสาธารณภัยอื่น ๆ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวว่า สนย. ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอาคารทั้งในขณะก่อสร้างและภายหลังการก่อสร้าง โดยสุ่มตรวจในแต่ละพื้นที่ หากพบว่าอาคารที่ตรวจสอบมีสภาพ หรือการใช้งานที่ไม่ปลอดภัย สุ่มเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สิน สนย. จะมีคำสั่งให้เจ้าของอาคารระงับ แก้ไข หรือรื้อถอนได้ตามสมควร และกำหนดให้อาคาร 9 ประเภท ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงแรม (80 ห้องขึ้นไป) โรงมโหรสพ อาคารชุด หรืออาศัยรวม โรงงาน สถานบริการ และป้ายที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องตรวจสอบอาคารทุก 1 ปี (การตรวจสภาพย่อย) และทุก 5 ปี (การตรวจสภาพใหญ่)

นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 (1) กำหนดให้อาคารสำหรับใช้เป็นโรงแรมเข้าข่ายเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ห้ามมิให้เจ้าของอาคารประเภทควบคุมการใช้ใช้ หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารนั้น เพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

สำหรับอาคารประเภทโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไปต้องมีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรม หรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณีตามมาตรา 32 ทวิ โดยให้เจ้าของอาคารเสนอรายงานการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทุกปี โดยการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารอย่างน้อยต้องตรวจสอบเรื่องความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร (ระบบบริการและอำนวยความสะดวก ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย) การตรวจสอบสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคาร เพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร และการตรวจสอบระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร โดยเจ้าของอาคารต้องตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารตามคู่มือปฏิบัติของผู้ผลิต หรือผู้ติดตั้งระบบและอุปกรณ์ของอาคาร หรือตามแผนปฏิบัติการการตรวจบำรุงรักษาที่ผู้ตรวจสอบกำหนด และบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาอาคารตามช่วงระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 และกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ ในระหว่างการใช้อาคารประเภทโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักในอาคารหลังเดียวกันตั้งแต่ 80 ห้องขั้นไป เจ้าของอาคาร หรือผู้ดำเนินการ ต้องมีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากสภาพ หรือการใช้อาคารซึ่งเจ้าของอาคารนั้นต้องรับผิด โดยมีจำนวนเงินที่เอาประกันภัยตามข้อ 8 แห่งกฎกระทรวง กำหนดอาคารที่ต้องทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย พ.ศ. 2564 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง


ข่าวรักษาความปลอดภัย+สุริยชัย รวิวรรณวันนี้

ฟอร์ติเน็ต ประกาศแต่งตั้ง ลูกา ซิโมเนลลี เป็นรองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศแต่งตั้ง ลูกา ซิโมเนลลี ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ลูกา ซึ่งประจำอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ จะรับผิดชอบการนำทีมฝ่ายขายของฟอร์ติเน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในญี่ปุ่น เอเชียเหนือ และเอเชียใต้ ซึ่งครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดียและภูมิภาค SAARC ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยจะมีบทบาทในการขับ

บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ให้บริการระบบรั... เอนี่เพย์ ตอกย้ำความปลอดภัยทุกธุรกรรม รับรองมาตรฐาน PCI DSS ต่อเนื่องปีที่ 3 — บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment G...

ในยุคปัจจุบันที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิ... SiS เผยแนวคิดการเลือก database ให้ตอบโจทย์องค์กรยุค Data-Driven — ในยุคปัจจุบันที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มไปด้วยการแข่งขันด้วยข้อมูล (Data-Driven ...

การผสานรวม FortiAIGate ช่วยสร้างสภาพแวดล้... ฟอร์ติเน็ต ผสาน NVIDIA เชิงลึก ยกระดับความปลอดภัย AI ในองค์กรได้อย่างโดดเด่นและครอบคลุม — การผสานรวม FortiAIGate ช่วยสร้างสภาพแวดล้อม AI แบบ Zero-Trust พร...

Security Vision เข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ... Security Vision ร่วมเป็นพันธมิตรงานประชุมนานาชาติ Kaspersky Cyber Insights 2026 — Security Vision เข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ APAC Cyber Insights ซึ่งจัดเป็...