บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษีคู่ค้ากดดันอิหร่าน หนุนทองคำน่าสะสม จับตาดีลสำคัญกลางสัปดาห์ ทรัมป์คุยเนทันยาฮู ชี้ชะตาความขัดแย้งเชิงนโยบายในภูมิภาค ฟากเศรษฐกิจสหรัฐฯ จ้างงานส่อแววซบ บีบเฟดเร่งหั่นดอกเบี้ย ด้านฝ่ายวิเคราะห์แนะกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" $4,880/ $4,825 พร้อมวางเป้าถัดไปที่ $5,275 หากราคาฝ่าด่านแนวต้านสำคัญได้
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่าราคาทองคำสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังร้อนแรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 25% ต่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการยกระดับแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าจะยังมีการเจรจานิวเคลียร์ผ่านตัวกลางอย่างประเทศโอมานก็ตาม ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าเสถียรภาพในตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกันการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะอาจเป็นจุดชี้ขาดต่อทิศทางนโยบายในภูมิภาค โดยเฉพาะความเห็นที่แตกต่างระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งต้องการเปิดทางสำหรับข้อตกลงนิวเคลียร์แบบจำกัด กับอิสราเอลที่ต้องการมาตรการเข้มงวดระดับโครงสร้าง ทั้งด้านขีปนาวุธและเครือข่ายพันธมิตร หากการหารือดังกล่าวไม่สามารถลดความเสี่ยงเชิงนโยบายได้ ราคาทองคำจะยังมีแรงพยุงจากความไม่แน่นอนเชิงระบบ
ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นสัญญาณการอ่อนตัวของตลาดแรงงานที่ชัดเจนขึ้น ทั้งตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่แทบไม่ขยายตัว และจำนวนตำแหน่งงานว่างที่ลดลงระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 รวมถึงดัชนีการจ้างงานในภาคบริการและการผลิตที่สะท้อนภาวะชะงักงัน ทำให้ภาพรวมดังกล่าวเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านการจ้างงาน และอาจบีบให้เฟดต้องพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่อนคลายเร็วมากกว่าที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ดีต่อราคาทองคำในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายใต้กรอบจำกัด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ "รอย่อซื้อ" โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,880/ $4,825(ราคาทองคำไทยประมาณ 72,000-71,000 บาท) ขณะที่กรอบแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $5,100-$5,150 (ราคาทองคำไทยประมาณ 74,850 - 75,600 บาท) หากราคาสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ ส่งผลให้เปิดโอกาสให้ราคาขยับขึ้นทดสอบเป้าหมายถัดไปบริเวณ $5,275 (ราคาทองคำไทยประมาณ 77,500 บาท) โดยภาพรวมระยะกลางถึงยาวยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสม เนื่องจากทองคำยังคงได้เปรียบในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจโลก
"โกลเบล็ก" ชี้เป้าราคาทองคำปี 69 ทะลุ 70,000 บาท ปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์-เฟดลดดอกเบี้ยเป็นตัวหนุน
"GCAP GOLD" ชี้ทองปีม้าคึก ส่อแววแตะ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
"โกลเบล็ก" มองราคาทองคำเดือนพ.ย. ลุ้นระทึกเฟดอึมครึม-จีนหั่นภาษี-สงครามยังไม่จบ
"โกลเบล็ก" จับตาทองคำผันผวน รับสัญญาณลดดอกเบี้ยเฟด-รัสเซียยังยืดเยื้อ
YLG เสิร์ฟแอปฯ 'YLG Gold Investment' เทรดทองได้5สกุลเพิ่มโอกาสลงทุนทองช่วงบาทอ่อน เปิดทางพาคนไทยซื้อทองต้นทุนต่ำตามราคาตลาดโลก
YLG ชี้ตรุษจีนปีนี้ทองเคลื่อนไหวแคบ คาดราคายังต่ำกว่า28,000บ. พร้อมออกทองแท่งคอลเลกชั่นลายปีฉลูรองรับกำลังซื้อช่วงตรุษจีน
YLG เผยทองคำผันผวนระยะสั้น ระยะยาวเทรนด์ยังเป็นขาขึ้น แนะนักลงทุนซื้อสะสมใกล้แนวรับ $1,900 ขายหากไม่ผ่านแนวต้าน $1,950
YLG เผยทองคำสุดร้อนแรงราคาตลาดโลกทะลุ2,000ดอลลาร์ มองเทรนด์ยังเป็นขาขึ้นให้เป้าหมายถัดไป 2,100 พร้อมแนะนำลงทุนถือทองคำไม่เกิน15%ของพอร์ต