นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนในสังกัด กทม. และการพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่เด็กนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า กทม. ได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยออกประกาศ กทม. ลงวันที่ 11 ม.ค. 66 เรื่อง มาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ดังนี้
(1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาและคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยห้ามมิให้บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้มาติดต่อกิจธุระ มี หรือครอบครองสารเสพติดทุกประเภทที่กฎหมายระบุ มิให้มีการทำร้าย หรือรังแก จัดพื้นที่ให้เป็นเขตปลอดอาวุธ รวมถึงการจัดการจราจรโดยรอบสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน (2) จัดให้มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เครื่องมือการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งกำหนดมาตรการต่าง ๆ ให้รัดกุม เหมาะสม สำหรับการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล (3) บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในพื้นที่สถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ต้องได้รับการตรวจ สอบถาม รวมถึงการแสดงตนอย่างเคร่งครัดทุกราย (4) สถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน จะต้องปิดประตูในระหว่างเวลาเรียนโดยตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องทำการสอบถามบุคคลและยานพาหนะที่จะผ่านเข้าบริเวณสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
(5) ติดตั้งระบบเตือนภัยในจุดที่เหมาะสมในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อแจ้งเตือนเป็นส่วนรวมเมื่อเกิดเหตุการณ์บุกรุกในลักษณะเดียวกับการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (6) จัดให้มีประตูทางออกฉุกเฉินของสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากช่องทางปกติ และ (7) จัดให้มีการซักซ้อม อบรม ชี้แจง ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกภาคเรียน หรืออย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางในการออกจากพื้นที่เกิดเหตุและจัดทำลูกศรชี้ทิศทางการอพยพเคลื่อนย้ายเด็กนักเรียน ทั้งนี้ สนศ. ได้แจ้งสำนักงานเขตประสานโรงเรียนในสังกัด จัดให้มีการซักซ้อม อบรม การปฏิบัติตนกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินของโรงเรียนในสังกัด กทม. โดยให้รายงานผลการดำเนินการอบรมให้ สนศ. ทราบ ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง ภาคเรียนที่ 1 ภายในวันที่ 31 ส.ค. และภาคเรียนที่ 2 ภายในวันที่ 28 ก.พ. ของทุกปี
กทม. มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กทม. ผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัด กทม. และผู้ปกครอง รวมถึงเพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยกำหนดมาตรการความปลอดภัยให้โรงเรียนในสังกัดถือปฏิบัติและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) ให้ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม บุคลากรทางการศึกษา และอาสาสมัครกวดขัน ย้ำเตือน กำกับดูแล มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัด (2) บุคลากรในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ในทันที กรณีเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น และ (3) ประสานชุมชนบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน รวมถึงฝ่ายเทศกิจ สถานีตำรวจ และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยการแจกเอกสารพบปะสนทนา เพื่อ "สร้างแนวร่วม" ในการแจ้งเตือนทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเหตุฉุกเฉิน
กทม. เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน-เฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้า
กทม.เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย-ป้องกันเหตุอันตรายในสถานศึกษา-ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
SiS เผยแนวคิดการเลือก database ให้ตอบโจทย์องค์กรยุค Data-Driven
ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
อีซี่ เน็ต ผนึกกำลัง เอช ไอ พี โกลบอล ลงนามความร่วมมือปั้นโซลูชัน WiFi ควบคู่ Cyber Security มุ่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยยุคใหม่
ฟอร์ติเน็ต ผสาน NVIDIA เชิงลึก ยกระดับความปลอดภัย AI ในองค์กรได้อย่างโดดเด่นและครอบคลุม
Security Vision ร่วมเป็นพันธมิตรงานประชุมนานาชาติ Kaspersky Cyber Insights 2026
ซัมซุง ชู "นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย" ยกระดับฟีเจอร์ Security และ Privacy บน Galaxy S26 Series เสริมความมั่นใจทุกการใช้งาน