ชวนใส่ใจมาตรฐานความหวานใหม่คนไทย หวานน้อย แต่สุขภาพเต็มร้อย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช่วงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุยืนยาว แต่เน้นการมี "อายุสุขภาพที่ยืนยาว" ซึ่งในชีวิตจริงคนไทยต้องเผชิญกับภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคและสะสมความเสี่ยงแบบเงียบ ๆ อยู่โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาลซึ่งคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายเราในทันที แต่ค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงเป็นภัยเงียบแบบไม่รู้ตัว

ชวนใส่ใจมาตรฐานความหวานใหม่คนไทย หวานน้อย แต่สุขภาพเต็มร้อย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบาย และร่วมกับภาคเอกชนในการปรับมาตรฐาน "หวานปกติ = หวาน 50%" เพื่อชวนคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบตัวในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ชวนใส่ใจมาตรฐานความหวานใหม่คนไทย หวานน้อย แต่สุขภาพเต็มร้อย

เมื่อน้ำหนักเกินไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างและบิวตี้ สแตนดาร์ด

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำการให้บริการสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย มองว่า การดูแลสุขภาพไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจร่างกายของตัวเองและป้องกันความเสี่ยงก่อนจะลุกลาม จึงส่งต่อมุมมองใหม่ให้คนไทย ลดหวาน ลดอ้วน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อให้เราดูดีตามบิวตี้ สแตนดาร์ด แต่เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันตัวเราจากภัยร้ายที่อาจเกิดโดยไม่รู้ตัวอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

ข้อมูลด้านสาธารณสุข ระบุว่า

  • BMI ? 25 จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน
  • BMI ? 30 จัดเป็นโรคอ้วน
  • รอบเอวผู้หญิง ? 80 ซม. และ ผู้ชาย ? 90 ซม. เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ

โดยดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนัก/(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร)x(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร) นอกจากจากนี้ไขมันที่สะสมบริเวณรอบเอวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่อภาวะดื้ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น แม้ภายนอกจะยังดูไม่อ้วนมากก็ตาม

สุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ในขณะที่เทรนด์รักสุขภาพ การดูแลรูปร่างที่กำลังมาแรง "นวัตกรรมปากกาลดน้ำหนัก incretin-based therapy ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นทั้งตัวรับ GLP-1 และ GIP" ก็กำลังเป็นกระแสและถูกหยิบมาพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ จากบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ หรือ สายลดน้ำหนัก ในฐานะทางลัดสู่ความผอมและไอเท็มลดหุ่นแบบเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำตรงกันว่า นวัตกรรมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงามเป็นหลัก แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

และควรต้องใช้ควบคู่ไปกับการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เช่น

  • ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ไม่เป็นเครื่องดื่มหวาน 100% ไปแล้ว 3 แก้ว
  • กินน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่า ยังเลือกอาหารน้ำตาลและไขมันสูง
  • ไม่นอนดึก ลดเครียดสะสม และขยับร่างกาย

การมีสุขภาพดีจึงไม่ใช่เรื่องของทางลัด แต่เป็นการปรับสมดุลหลายอย่างไปพร้อมกัน

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) เผย 5 อินไซต์สุขภาพที่หลายคนไม่รู้

  1. โรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหัน โดยพบว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกายทุก 5 ยูนิตจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหันร้อยละ 16
  2. น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดอักเสบและเสียความยืดหยุ่นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนัก เมื่อนานไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง
  3. การนอนน้อย กระตุ้นฮอร์โมนความหิว ทำให้กินมากขึ้น
  4. ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น
  5. การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาระหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ท้ายที่สุด ท่ามกลางเทรนด์การดูแลสุขภาพ ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ย้ำว่า การดูแลน้ำหนักไม่ใช่เรื่องของการผอมให้ทันเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต การเข้าใจร่างกาย รวมถึงการเลือกใช้ตัวช่วยอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คือ หัวใจของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน


ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+องค์การอนามัยโลกวันนี้

กรมอนามัยปลุกพลังคนวัยทำงาน! ดัน Health Literacy - Lifestyle Medicine สู้ NCDs สร้าง 'สุขภาพดี ผลิตภาพสูง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างกระแส "Be Healthy, More Productivity" หวังลดปัญหาโรค NCDs ในกลุ่มวัยทำงาน หลังพบคนไทยเสียชีวิตจาก NCDs มากกว่า 400,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1,000 ราย พร้อมชูแนวคิด "Health Literacy" ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และ "Lifestyle Medicine" เวชศาสตร์วิถีชีวิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ สร้างกระแส Be Healthy, More Productivity

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจค... HL Hub เผย "ความรอบรู้โรค NCDs" เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประ...

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรว... กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ — กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถอดบทเรียนการด... กรมอนามัย ถอดบทเรียนซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยกระดับสุขอนามัยรองรับมหกรรมกีฬานานาชาติ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและอ...

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ... "รมว.พัฒนา" ขับเคลื่อนสุขภาพคนไทยทุกช่วงวัย สู่เมืองสุขภาพดี-โรงพยาบาล Net Zero — กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "MOPH PLUS+" 7 เสาหลัก มอบกรมอน...

กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับระบบบริกา... สธ. ชู "รพ.สีเขียว" ลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2593 — กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับระบบบริการสุขภาพควบคู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ...