พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จับมือ สกมช เปิดแผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉม ความปลอดภัยระบบคลาวด์ของประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เผยแผนโรดแมปเชิงกลยุทธ์ 3 ระยะ เป็นแนวทางต่อยอดจากการประเมินความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนระบบคลาวด์ หรือ Cloud SPA ซึ่งได้ดำเนินการประเมินความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนคลาวด์ ให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นทุกรูปแบบ

พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จับมือ สกมช เปิดแผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉม ความปลอดภัยระบบคลาวด์ของประเทศไทย

พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ประกาศเปิดตัวแผนงานเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ในประเทศไทย แผนงานเชิงกลยุทธ์ 3 ระยะนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานะความปลอดภัยบนคลาวด์ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (Cloud Security Posture Assessment: SPA) โดยการประเมินได้พิจารณาจากมาตรการและความพร้อมด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง และสนับสนุนการจัดทำโรดแมปให้กับประเทศไทย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการปฎิบัติตามกรอบการทำงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ (Thailand's National Cloud Security Framework) ที่ สกมช. ได้ประกาศเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 2568 และเร่งยกระดับความสามารถในการป้องกันเชิงรุกของภาครัฐอย่างยั่งยืน พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จับมือ สกมช เปิดแผนยุทธศาสตร์ พลิกโฉม ความปลอดภัยระบบคลาวด์ของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ภาครัฐกำลังส่งเสริมและผลักดันนโยบาย Cloud First Policy อย่างจริงจัง เพื่อบูรณาการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์ในหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง รวมถึงองค์กรและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศ อย่างไรก็ตามเมื่อโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์เติบโตขึ้นตามการเติบโตของ AI ข้อมูลบนคลาวด์ได้ตกเป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีจากแฮกเกอร์ โดยรายงานสถานะความปลอดภัยบนคลาวด์ประจำปี 2568 (State of Cloud Security Report) ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ระบุว่า 99% ขององค์กรเคยเผชิญกับการโจมตีต่อระบบ AI อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา

สำหรับผลการประเมินความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนระบบคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง พบว่า หน่วยงานภาครัฐมีระดับความพร้อมที่แตกต่างกันดังนี้

  • ในด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์หน่วยงานภาครัฐทั้ง 13 แห่งสามารถทำได้ดี โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ประมาณ84% ในหัวข้อกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud Strategy) และ 82% ในศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (Security Operations)
  • Cloud Security Posture บนไพรเวทคลาวด์เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ทำคะแนนอยู่ในระดับสูง คือ77%
  • ผลการประเมินชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากสำหรับการพัฒนาในด้านความปลอดภัยระหว่างการทำงานของระบบคลาวด์ (Cloud Runtime) และความปลอดภัยของแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (Cloud Application Security)
  • ผลการประเมินยังระบุว่า60% ของหน่วยงานภาครัฐยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลภัยคุกคามกับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ทำให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามทำได้ล่าช้า โดยเฉพาะภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะที่การป้องกันส่วนใหญ่ยังเป็นการตั้งรับ (Reactive) มากกว่าเป็นการป้องกันในเชิงรุก (Proactive)

โรดแมปสู่ความยั่งยืนของระบบคลาวด์

ผลการประเมินในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การประเมินที่ครอบคลุมในทุกด้านของCloud SPA มีความสำคัญอย่างยิ่งในการระบุถึง จุดแข็งและจุดอ่อนที่สำคัญในด้านความปลอดภัยของระบบคลาวด์ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การสนับสนุนการวางโรดแมปของระบบคลาวด์ให้กับประเทศ ก่อนที่ "มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567" จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2569 นี้

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ได้สนับสนุนการจัดทำโรดแมปของระบบคลาวด์ให้กับประเทศไทยที่อยู่ในระหว่างการจัดทำโดย สกมช. เพื่อผลักดันภาครัฐสู่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วย AI:

ระยะที่ 1: การเตรียมความพร้อมและวางรากฐาน (Foundations & Readiness) - มุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานกลางและการใช้แพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (CNAPP) และกำหนดการดำเนินงานขั้นต่ำเพื่อลดการตั้งค่าระบบคลาวด์ที่ผิดพลาด

ระยะที่ 2: การเฝ้าระวังและตอบสนองเชิงรุก (Proactive Surveillance & Response) - เชื่อมต่อระบบคลาวด์เข้ากับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาคู่มือแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน (Playbooks) และจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ระยะที่ 3: ความยั่งยืนและกรอบการกำกับ (Sustainability & Regulation) - จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัย AI และคลาวด์ (CoE) จัดตั้งทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินด้านคลาวด์Cloud CERT รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างให้บูรณาการข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า "ภายใต้นโยบาย 'Cloud First' ของประเทศไทย ความมั่นคงปลอดภัยไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่เป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ผลการประเมินในครั้งนี้ทำให้เราเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางให้เราเร่งแก้ไขปรับปรุงต่อไป ภายใต้ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ได้ช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานจากการตั้งรับไปสู่การป้องกันในเชิงรุก เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดิจิทัลของภาครัฐจะมีความเสถียร ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคต"

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเวียดนาม พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนการป้องกันแบบตั้งรับไปสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยไซเบอร์เชิงรุกด้วย AI ผลประเมินความพร้อมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้เราจะมีนโยบายที่ชัดเจน แต่ในสภาพแวดล้อมของการปฏิบัติงานจริง ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น การสนับสนุนการจัดทำโรดแมปนี้ทำให้เราสามารถรวบรวมเครื่องมือป้องกันที่กระจัดกระจายไว้ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน โดยแผนงานใหม่นี้มุ่งเน้นการใช้ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) มาช่วยให้หน่วยงานเห็นภาพรวมของระบบคลาวด์ทั้งหมดและสามารถหยุดยั้งภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์ เพื่อปิดช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์และนโยบายคลาวด์เฟิร์สของประเทศพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จึงร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อเร่งนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI มาเสริมความมั่นคงปลอดภัยในภาครัฐ ความร่วมมือนี้เป็นวางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลและการปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่นได้อย่างปลอดภัย ผ่านความร่วมมือใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การนำมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์มาปฏิบัติและกำกับให้เป็นไปตามข้อกำหนด การคุ้มครองข้อมูลและการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแล การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างภาครัฐและเอกชน?


ข่าวรักษาความปลอดภัย+แผนยุทธศาสตร์วันนี้

ManageEngine Endpoint Central ยกระดับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบอัตโนมัติด้วย EDR และ Secure Private Access

บริษัทเปิดตัวแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเองเป็นรายแรกที่ผสานรวม UEM ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ Endpoint (EPP ที่มี EDR) ประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลของพนักงาน (DEX) และ Secure Private Access เข้าไว้ด้วยกัน นำเสนอระบบตรวจจับภัยคุกคามอุปกรณ์ Endpoint ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการแก้ไขปัญหาแบบอัตโนมัติ บังคับใช้การเข้าถึงแอปพลิเคชันอินทราเน็ตแบบ Zero Trust ด้วยการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ ทดลองใช้งานแบบไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ EDR ManageEngine หน่วยงานหนึ่งของ Zoho Corporation และผู้ให้บริการ

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท JARTON ผู้นำด้านโ... JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living — เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท JARTON ผู้นำด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะและระบบรักษาควา...

จุดให้บริการ (Point of Presence หรือ PoP)... ฟอร์ติเน็ตลงทุน FortiSASE PoP ในไทย หนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล — จุดให้บริการ (Point of Presence หรือ PoP) ในประเทศไทยช่วยยกระดับการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ขับ...

นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักก... กทม. ยกระดับมาตรการความปลอดภัยโรงเรียนในสังกัด สร้างพื้นที่ปลอดภัยสูงสุดแก่นักเรียนและบุคลากร — นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่า...

เสริมทัพด้วยแพลตฟอร์มชั้นนำที่มอบความปลอด... พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปิดดีลควบรวมกิจการ CyberArk เสริมแกร่งด้านความปลอดภัยในยุค AI — เสริมทัพด้วยแพลตฟอร์มชั้นนำที่มอบความปลอดภัยแบบบูรณาการสำหรับการย...