บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ชี้ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัว หลังตัวเลขว่างงานสหรัฐฯพุ่ง และ Fed ส่งสัญญาณขยายงบดุล หนุนทองคำกลับมาน่าสนใจ และยังมีเสน่ห์ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านนักลงทุนจับตาตัวเลขฝั่งแรงงานเพื่อตอกย้ำความอ่อนแรงของตลาด ฝ่ายวิเคราะห์แนะแนวรับสำคัญ $4,075 / $4,025 หากไม่หลุดมีโอกาสรีบาวด์ต่อ
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวในกรอบจำกัด หลังจากปรับฐานต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ หลังจากได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลง และตัวเลขเลิกจ้างงานในเดือนตุลาคมที่เปิดเผยจาก Challenger, Gray & Christmas พุ่งสูงถึง 153,074 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี สะท้อนถึงแรงกดดันในตลาดแรงงานและความเปราะบางของเศรษฐกิจโดยรวม
ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาต่อจากนี้ อย่างใกล้ชิด หากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ออกมาประกาศตัวเลขที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับภาคเอกชน จะถือเป็นสัญญาณยืนยันว่า ตลาดแรงงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ กำลังอ่อนแรงอย่างชัดเจน ทำให้มีแนวโน้วว่าเฟดอาจจะลดดอกเบี้ยลงในเดือนธันวาคม
นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้ราคาทองคำกลับมาเป็นที่น่าสนใจ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เป็นผลมาจากการส่งสัญญาณจาก นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ที่ออกมาระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องพิจารณากลับมาขยายงบดุล และหลายฝ่ายคาดว่าเฟดอาจจะเริ่มขยายงบดุลในไตรมาส 1/2569 เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดการเงิน ถึงแม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง แต่ตลาดกลับมองว่าเป็น "ท่าทีเชิงผ่อนคลาย" สนับสนุนให้ทองคำกลับมามีเสน่ห์และน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับกรณีการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อนานกว่า 40 วัน ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปแล้ว ทำให้นักลงทุนมองว่าความเสียหายส่วนใหญ่ถูกสะท้อนไปในตลาดแล้ว ดังนั้นแม้จะมีข่าวว่าเตรียมโหวตยุติ Shutdown ก็คาดว่าแรงขายอาจมีบ้างแต่ไม่มาก เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงยังหนุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยปลายปีนี้หรืออาจลากต่อยาวไปถึงต้นปีหน้า
จากปัจจัยดังกล่าว ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่า แนวโน้มทองคำในสัปดาห์นี้ว่า ยังมีโอกาสรีบาวด์ต่อเนื่อง หากแรงกดดันทางเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้น และเฟดยังคงส่งสัญญาณผ่อนคลายด้านสภาพคล่อง ในช่วงต้นสัปดาห์ราคาสามารถปรับตัวขึ้นและเบรกกรอบ Side way ที่ $4,025 ขึ้นมาได้แล้วซึ่งเป็นการยืนยันการไปต่อของโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น ดังนั้นสำหรับท่านที่รอซื้อจะมีแนวรับที่น่าสนใจสำหรับการย่อเพื่อเข้าซื้อที่ $4,075 / $4,025 (ราคาทองคำไทยประมาณ 62,700-62,500 บาท) โดยมีแนวต้านสำหรับทำกำไรระยะสั้นที่ $4,160 (ราคาทองคำไทยประมาณ 63,500 บาท) โดยหากผ่านได้มีโอกาสขยับขึ้นต่อไปยังแนวต้านถัดไปที่ $4,210 (ราคาทองคำไทยประมาณ 64,200 บาท)
"GCAP GOLD" จับตาทองแค่พักฐานหรือเปลี่ยนเทรนด์ หลังดิ่งหนักในรอบกว่าทศวรรษ
"GCAP GOLD" ชี้ทองคำขาขึ้น จับตาเป้าหมายสำคัญ $5,400 หรือ 79,000 บาท
"GCAP GOLD" แนะจับตาปม "ทรัมป์" ป่วนไม่เลิก ลุ้นแทรกแซงเฟด ข้อพิพาทกรีนแลนด์ แรงส่งทองคำไปต่อ
"GCAP GOLD" มองทองคำร้อนแรงต่อเนื่อง ลุ้นขึ้นทำ All Time High จากปัจจัยพื้นฐานหนุน
"GCAP GOLD" ชี้ทองปีม้าคึก ส่อแววแตะ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
"GCAP GOLD" จับตา Nonfarm สหรัฐฯ ชี้ชะตาทองคำส่งท้ายปี
"GCAP GOLD" แนะจับตา เฟด ลดดอกเบี้ย ธ.ค.นี้ หวังพยุงเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ ลุ้นแตะ $4,380
"GCAP GOLD" จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ กุญแจสำคัญกำหนดจุดพลิกผัน รอจังหวะ "ย่อซื้อ" ชี้แนวรับ $4,075 / $4,045
"GCAP GOLD" ชี้แนวโน้มทองยังเป็นบวก จับตาท่าทีดอกเบี้ย Fed -เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอหลังชัตดาวน์