บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้ราคาทองคำส่อแววผันผวนหนัก รับ ตลาดกลับมากังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อจ่อเร่งตัวจากวิกฤตพลังงาน แนะจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ผ่านปากีสถาน หากข้อตกลงผ่านเปิดทางอิหร่านส่งออกน้ำมันเสรีและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน ลดแรงกดดันเงินเฟ้อหนุนทองรีบาวด์อีกครั้ง
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้ว่า ยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูงจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากที่ตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจยังคงไม่ลดดอกเบี้ย และมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้ง หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง
"ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า ร่างกรอบข้อตกลงล่าสุดอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีในระหว่างช่วงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าผ่านทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่ม
ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมทั้งลดแรงหนุนของดอลลาร์ และ Bond Yield ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวในระยะสั้น"
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเฟดอาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทีเป็น "Hawkish" หรือใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
"ข้อมูลล่าสุดในตลาดการเงินเริ่มให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในเดือน ธ.ค. 69 จากในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนักเพียง 70% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกลับมากังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้ออย่างจริงจังอีกครั้ง
ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงของการพักฐาน หลังจากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ $4,550 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ $4,450-$4,400 ต่อออนซ์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000-68,600 บาท) ซึ่งระดับราคาดังกล่าวถือเป็นจังหวะที่ดีในการรอซื้อสะสมในรอบนี้ ส่วนสำหรับบริเวณ $4,590-$4,625 ต่อออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,600-71,300 บาท) เป็นแนวต้านสำคัญที่ประเมินว่าหากราคาไม่สามารถทะลุผ่านได้ อาจต้องพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หรือตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่รอบรีบาวด์ได้อีกครั้ง
"เอกา โกลบอล" แกร่ง! ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ยอดขายบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารไม่สะดุด ลูกค้ามั่นใจซัพพลายเชน
สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 15-19 มิ.ย. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 22-26 มิ.ย. 69
ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมถอดบทเรียนผ่านเสวนา "วิกฤตพลังงานโลกกับทางออกของประเทศไทย" ในหลักสูตร บสก.12
ttb analytics ชี้วิกฤตพลังงานดันยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงปี 2569 ทะลุ 1.5 แสนคัน แนะหนุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสถานีชาร์จรถไฟฟ้ารองรับ
GBS ส่องหุ้นไทย มิ.ย. 69 ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 จุด แนะช้อน 5 หุ้นเด่นกลุ่มส่งออก-อิเล็กทรอนิกส์รับอานิสงส์ส่งออกโต
ครั้งแรกในไทย! บลูริง เอ็นเนอร์จี โพรไวเดอร์ ทลายกำแพงติดโซลาร์เซลล์ราคาแพง ส่งโมเดล Subscription เริ่มต้นรายเดือน 699 บาท
"ไทยต้องไม่เป็นแค่ผู้ซื้อเทคโนโลยี" มจธ. พัฒนานวัตกรรมเซลล์แสงอาทิตย์แบบยืดหยุ่น ปูทางความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดของประเทศ
TISCO ESU อัปเกรดจีดีพีไทยโต 1.8% เตือนพายุ "วิกฤตพลังงาน" จ่อซัดซ้ำ