กรมอนามัย แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเด็กเลือดกำเดาไหล

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเด็กที่มีโรคประจำตัว มีความเสี่ยงระคายเคืองทางเดินหายใจจากฝุ่น PM2.5 สูง แนะผู้ปกครองป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อดูแลสุขภาพลูกน้อยจากวิกฤตฝุ่นพิษ

กรมอนามัย แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเด็กเลือดกำเดาไหล

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ ไม่เพียงส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยรวม แต่ยังทำให้ผู้ปกครองหลายครอบครัวพบเด็กอาจมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล แสบตา แสบคอ แสบจมูก จาม คัดจมูก หรือป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ โดย "เลือดกำเดาไหล" เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และเลือดสามารถหยุดได้เองภายใน 5-10 นาที เมื่อได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเหมาะสม สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้งและระคายเคืองจากอากาศที่มีฝุ่นสูง หรือพฤติกรรมแคะ แกะ เกาจมูกแรง ๆ จนเส้นเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุจมูกแตกง่าย มักพบในเด็กอายุ 2-3 ปี ไปจนถึงวัยประถมต้น และมักมีแนวโน้มหายได้เองเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้ เด็กบางรายอาจมีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้จมูก หรือมีโครงสร้างจมูกที่ผิดปกติ ทำให้มีโอกาสเกิดเลือดกำเดาไหลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศแห้งหรือมีมลพิษทางอากาศสูง กรมอนามัย แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเด็กเลือดกำเดาไหล

"ทั้งนี้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ประกอบด้วย 1) ให้เด็กนั่งเอียงตัวไปข้างหน้า และให้ศีรษะก้มลงเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลออกทางจมูกแทนที่จะไหลลงคอ ซึ่งอาจทำให้เด็กอาเจียนออกมาเป็นเลือดที่กลืนเข้าไป 2) ใช้มือบีบจมูกบริเวณปีกจมูกเบา ๆ ในข้างที่มีเลือดกำเดาไหลอย่างน้อย 10 นาที โดยระหว่างนี้ให้หายใจทางปาก 3) ใช้การประคบเย็นบริเวณใบหน้า หรือ หน้าผากร่วมด้วย และ 4) หากเลือดยังไม่หยุดนานเกิน 30 นาที ให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันเด็กจากฝุ่น PM2.5 และลดความเสี่ยงเลือดกำเดาไหล ประกอบด้วย 1) หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อค่าฝุ่นอยู่ระดับสีส้มหรือสีแดง 2) สวมหน้ากาก N95 สำหรับเด็ก ให้กระชับใบหน้า 3) สร้างห้องปลอดฝุ่น ปิดประตูหน้าต่างและใช้เครื่องฟอกอากาศ 4) เพิ่มความชุ่มชื้นโพรงจมูก ด้วยน้ำเกลือหยดหรือพ่นจมูก และ 5) ดูแลความสะอาด ล้างมือ-หน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังกลับบ้าน ทั้งนี้ กรมอนามัยเน้นย้ำให้ผู้ปกครองและสถานศึกษา ติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ และปรับกิจกรรมของเด็กให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ

"ทั้งนี้ กรมอนามัยแนะนำให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง และหากจำเป็นควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม รวมทั้งติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว


ข่าวอัมพร เบญจพลพิทักษ์+กระทรวงสาธารณสุขวันนี้

กรมอนามัย-รพ.วันเวลา ส่งเสริมการวางแผนรักษาล่วงหน้า ด้วย "บันทึกวันเวลา" สร้างช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชันแนล เปิดตัวโครงการ "บันทึกวันเวลา" (Living Will) เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ความต้องการของผู้ป่วยได้รับการรับฟังและเคารพจากระบบสุขภาพ แนะนำประชาชนควรวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพล่วงหน้า เพื่อให้สามารถออกแบบการดูแลสุขภาพตนเองในวาระสุดท้าย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ คือ มีผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน สิ่งสำคัญในการวางแผนชีวิต นอกจากเรื่องเงินและความพร้อมหลังเกษียณ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว "แพลตฟ... วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว "แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2" เนื...

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณส... สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ — นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีขับเคลื...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำ... สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำเร็จของแคมเปญ "หวานปกติ...