การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำ เผยคาดการณ์สำคัญในด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ หรือ Data and Analytics (D&A) ของปี 2569 และในอนาคต โดยมองว่า AI จะส่งผลกระทบในทุกมิติ ทั้งในด้านความเป็นผู้นำ, ธรรมาภิบาล, บุคลากรที่มีความสามารถ, กลไกขับเคลื่อนตลาด, ความสำคัญของบริบทข้อมูล และโลกที่ก้าวข้ามโมเดลการพัฒนาที่เน้นเฉพาะข้อความ หรือ Text-based models
Rita Sallam รองประธานนักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์นั้นรวดเร็วมากจนแต่ละปีรู้สึกเหมือนเรากำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของนิยายวิทยาศาสตร์ และในปีนี้ เส้นแบ่งระหว่างความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ เครื่องจักร และองค์กรจะเลือนลางขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจจำนวนมากมายต่างพึ่งพาข้อมูลในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยระบบ AI ไม่เพียงเป็นเครื่องมือสนับสนุนสำคัญ แต่ยังทำงานร่วมกับเราในฐานะ 'พันธมิตร' และจากการคาดการณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้นำเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่รออยู่ในอนาคต"
ภายในปีหน้า (2570) กระบวนการจ้างงานถึง 75% จะบรรจุ "การทดสอบและใบรับรองความเชี่ยวชาญด้าน AI สำหรับการทำงาน" ไว้ในขั้นตอนของการสรรหาบุคลากร
สาเหตุที่ทำให้เกิดความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้านบุคลากรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างจริงจังมาจากความเร็วของการพัฒนานวัตกรรม AI ที่ก้าวกระโดด ผู้นำที่ไม่ปรับปรุงกลยุทธ์ด้าน Tech Talent ให้ทันสมัย เสี่ยงที่จะทำให้องค์กรต้องเดินตามหลังคู่แข่งที่สามารถดึงศักยภาพการทำงานร่วมกันระหว่าง "มนุษย์และ AI มาใช้ได้"
"ผู้นำ D&A ควรสนับสนุนให้มีการทดสอบวัดระดับทักษะอย่างเข้มงวดโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวตั้ง เพื่อให้เห็นช่องว่าง ที่ขวางกั้นระหว่างเป้าหมายด้าน AI ขององค์กร กับความพร้อมของพนักงานด้านไอทีที่มีอยู่จริง" Sallam กล่าวเสริม
ภายในปี 2570 การใช้งาน GenAI และ AI Agent จะสร้างความท้าทายยิ่งยวดต่อเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกระแสหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่สั่นคลอนตลาดมูลค่ากว่า 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์
การสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปสู่การใช้ GenAI ที่สามารถรวบรวมเนื้อหามหาศาลและนำมาสังเคราะห์ในรูปแบบที่หลากหลาย แทนที่หน้ากระดาษเปล่า ๆ แม้แต่การแก้ไขเนื้อหาบ่อย ๆ ก็เป็นการให้ AI เขียนซ้ำขึ้นมาแทนที่จะเป็นตัวผู้เขียนลงมือแก้ไขเอง
AI ยังเป็นตัวจุดชนวนการแข่งขันใหม่ ๆ ในกลุ่มซอฟต์แวร์สำนักงาน เนื่องจากคุณค่าหลักย้ายไปอยู่ที่ "ประสบการณ์การใช้ Agentic AI" ดังนั้นผู้นำ D&A จึงต้องการเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อสอดรับกับปัจจุบัน อาทิ อินเทอร์เฟซผู้ใช้แบบใหม่, ปลั๊กอินใหม่, ประเภทเอกสารใหม่ ๆ และรูปแบบไฟล์ใหม่ ๆ
อีกสามปีข้างหน้า (2572) คาดการณ์ว่า AI Agent จะสร้างข้อมูลจากสภาพแวดล้อมทางกายภาพมากกว่าข้อมูลที่ได้มาจากแอปพลิเคชัน AI ดิจิทัลทั้งหมดรวมกันถึง 10 เท่า
การใช้งาน Agentic AI ในโลกจริงกำลังผลิตข้อมูลที่เรียกว่า Trajectory Data จำนวนมหาศาล ทั้งในเชิงตรรกะ พื้นที่ และสถานการณ์ที่ต้องใช้เอเจนท์หลายตัวทำงานร่วมกัน ขณะที่พวกมันมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบตัว สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับ "โมเดลที่ใช้ในระดับโลก" (World Models) เพื่อเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลดังกล่าว นำมาใช้พยากรณ์และจำลองสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
ในอีกสี่ปีข้างหน้า (2573) องค์กรถึง 50% จะใช้ Autonomous AI Agents เพื่อตีความนโยบายธรรมาภิบาลและมาตรฐานทางเทคนิค และเปลี่ยนให้เป็น "ข้อตกลงหรือสัญญาในรูปแบบดิจิทัลที่เครื่องตรวจสอบได้" ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบและการบังคับใช้นโยบายธรรมาภิบาลเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
ครึ่งหนึ่งของการใช้งาน AI Agent ที่ไม่ประสบความสำเร็จจะมาจากการบังคับใช้กฎในขณะทำงาน (Runtime Enforcement) ของแพลตฟอร์มธรรมาภิบาล AI ไม่ครอบคลุมเพียงพอ โดยเฉพาะในแง่ของขีดความสามารถและการทำงานร่วมกันระหว่างหลายระบบ ทั้งนี้ในระยะสั้น การตัดสินใจโดยใช้ LLM ที่ปราศจากการกำกับดูแลจะส่งผลให้องค์กรสูญเสียทั้งเงินและชื่อเสียง
"ผู้นำ D&A ควรเริ่มทดลองใช้ Data Governance Agents ในกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อจัดระเบียบและทำให้ขั้นตอนการเจรจาต่อรองข้อมูลเป็นไปอย่างอัตโนมัติ โดยจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอเจนท์สามารถตีความบริบทและโปรโตคอลต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ก่อนที่จะขยายผลไปสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการออกแบบเวิร์กโฟลว์การวิเคราะห์ใหม่ โดยเพิ่มขั้นตอนการประเมินผลที่จำเป็นเข้าไปด้วย" Sallam กล่าว
ภายในปี 2573 60% ขององค์กรที่สร้างความต่างทางธุรกิจด้วย AI สำเร็จ จะมีผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ "ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล"
ผู้บริหารระดับสูงด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ หรือ CDAOs ที่มีทักษะในการสร้างพันธมิตรและโน้มน้าวใจเก่ง ๆ กำลังก้าวหน้าไปสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูงที่มีอิทธิพลมากขึ้น รวมถึงตำแหน่ง CEO เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่นำโดยมนุษย์ เพื่อเค้นศักยภาพของ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ภายในปี 2573 Universal Semantic Layers จะถูกยกให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างสูง เทียบเท่ากับแพลตฟอร์มข้อมูลและระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์
การพัฒนา Universal Semantic Layer หรือ ชั้นข้อมูลที่ครอบคลุมและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นส่วนต่อประสานหนึ่งเดียวสำหรับการเข้าถึงและการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วทั้งองค์กรกลายเป็นสิ่งที่ "Must-Do" สำหรับผู้นำ D&A ที่กำลังขับเคลื่อนหรือสนับสนุนการใช้ AI เนื่องจากเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำ, บริหารจัดการต้นทุน, ลดหนี้ทางเทคนิคของ AI ลงอย่างมาก, สร้างความสอดคล้องให้กับระบบเอเจนท์หลายตัว และยับยั้งความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลที่มีต้นทุนสูงก่อนแพร่ออกไป โดยผู้นำ D&A จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับเพิ่มขีดความสามารถด้าน Semantic เพื่อวางเป็นรากฐานสำคัญ
ภายในปี 2571 ครึ่งหนึ่ง (50%) ของบทบาทการบริหารความเสี่ยงด้านเนื้อหาจะย้ายจากฝ่ายกฎหมายและความปลอดภัยไซเบอร์ไปสู่ "AI Engineering" เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกระบวนการตรวจสอบที่แยกส่วนกัน
หน้าที่การลดความเสี่ยงกำลังถูกผนวกรวมเข้ากับกระบวนการด้านวิศวกรรม AI, วิทยาศาสตร์ข้อมูล และการพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ทีมงานเหล่านี้ถูกคาดหวังให้เป็นผู้ออกแบบระบบที่สามารถสร้างและคัดกรองเนื้อหาได้อย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งรับผิดชอบในการลดเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ผ่านการสร้างระบบควบคุมแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมที่รวดเร็วและมีความรับผิดชอบ ภายใต้กรอบจริยธรรมและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การตัดสินใจของโมเดล AI จำเป็นต้องอ้างอิงตามบริบทเฉพาะของผู้ใช้งาน
มทร.ธัญบุรียกขีดความสามารถโดรน ด้วยปัญญาประดิษฐ์
SiS AWS Cloud ประกาศยกระดับการให้บริการ cloud ครบวงจร ตอบโจทย์องค์กรไทยสู่ยุค AI-First
ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นเนล (ไทยแลนด์) ประกาศความสำเร็จ โครงการ "HIT REAL CHALLENGE ปีที่ 3"
สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
Wookco ยกระดับอุตสาหกรรม Travel Tech เปิดตัว "AI Assistant" เฟสแรกอย่างเป็นทางการ ผสานเทคโนโลยี SiteSpeakAI ปฏิวัติการวางแผนทริปและการเข้าถึงข้อมูลความยั่งยืน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยกระดับแรงงานไทย เปิดฝึกอบรม Agentic AI รองรับตลาดอนาคต
UTCC ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Ai-First University ต้อนรับคณะผู้บริหาร มสธ. ศึกษาดูงานนวัตกรรม Ai-RAID และ Jarvis v2มุ่งยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่ยุค Ai เต็มรูปแบบ
เอสซีจี จับมือ หัวเว่ย และ คอนช์ ลงนาม MoU พัฒนา AI และ Advanced Process Control ยกระดับอุตสาหกรรมซีเมนต์สู่ยุคดิจิทัล