สธ.จับมือกับญี่ปุ่นผลิตวัคซีนป้องกันโรคเอดส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--29 ส.ค.--กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดย พลเรือตรีนายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในบันทึกข้อตกลง (Record of Discussion) ร่วมกับ นายโตชิโอะ โอกาซากิ ปลัดกระทรงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศญี่ปุ่น (Science and Technology Agency (STA) of Japan) เกี่ยวกับความร่วมมือในการดำเนินการโครงการวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีนป้องกันโรคเอด์สายพันธุ์ที่เหมาะสมกับประเทศไทย ญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2540 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี พลเรือตรีนายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้ว กล่าวหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่มีการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนเอดส์ ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการนำวัคซีนที่ผลิตโดยต่างชาติเข้ามาศึกษาถึงประสิทธิภาพในไทยเท่านั้น จึงนับได้ว่าโครงการนี้มีความสำคัญยิ่ง และคาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนที่มีความเหมาะสมกับคนไทยและมีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนที่มีการผลิตที่ผ่าน ๆ มาเพราะวัคซีนเอคส์ที่จะผลิตขึ้นนี้เป็นการใช้กรรมวิธีทางพันธุวิศวกรรม ที่ได้มีการคัดเลือกยีนส์หรือสารพันธุกรรม สำหรับการผลิตจากเชื้อไวรัสเอดส์ชนิดที่ระบาดมากในไทย และจากการทดลองวัคซีนชนิดนี้ในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานในระดับที่ป้องกันการติดเชื้อได้ดี เพราะภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นโดยวัคซีนชนิดใหม่จะเกิดได้ดีทั้งภูมิต้านทานชนิดผ่านของเหลว (Humoral Immunity) และชนิดผ่านเซล (Cellular Mediated Immunity) ในขณะที่วัคซีนชนิดที่ได้ทดลองในช่วงที่ผ่านมาจะกระตุ้นให้เกิดเพียงภูมิต้านทาน ชนิดผ่านของเหลวเป็นส่วนมาก จึงป้องกันการติดเชื้อได้น้อย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการนี้จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2541-2544) และจะใช้เงินทุนสนับสนุนไม่น้อยกว่า 220 ล้านบาทโดยแหล่งทุนส่วนใหญ่จะได้รับจาก STA ประมาณ 175 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเป็นการวิจัยร่วมกันทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ประกอบด้วยนักวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสภากาชาดไทย ซึ่งเข้าร่วมดำเนินการวิจัยกับคณะวิจัยญี่ปุ่นจากสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ จึงมั่นใจได้ว่า โครงการนี้น่าจะดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะประสบความสำเร็จใน 4-5 ปีข้างหน้า โดยสามารถผลิตวัคซีนชนิดแรกที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด สำหรับประเทศไทย ญี่ปุ่น และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะทำให้การควบคุมและป้องกันโรคเอดส์เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยได้ดีที่สุด รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร. 5910203-14 ต่อ 9017, 9081 โทรสาร. 5911707 มือถือ 01-9047721--จบ--

ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี+กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์วันนี้

สวทช. ชูศักยภาพด้านการทดสอบความปลอดภัยระดับโลก "TBES-NSTDA" ผ่านการรับรอง OECD GLP ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ของไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการของไทย สู่ระดับสากล เนื่องจากศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (Toxicology and Bio Evaluation Service Center หรือ TBES) ภายใต้ สวทช. ได้รับมอบ ประกาศนียบัตร Certificate of Compliance to OECD Principles of GLP (Good Laboratory Practice) ในขอบข่ายการศึกษาทางพิษวิทยา จากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... สัมมนานโยบายการเงินและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโ...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. พัฒนาปุ๋ยอัดแท่งละลายช้า เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเท...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. คว้ารางวัลในเวทีโลก "Geneva Inventions 2026" สมาพันธรัฐสวิส จาก 4 ผลงานนวัตกรรมนักวิจัยไทย — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โ...