สศก. การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก 12 ชนิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--29 พ.ย.--สศก. สศก.เผยถึงพื้นที่การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรว่า ได้ดำเนินงานโดยพิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และความสอดคล้องด้านการตลาด ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์แล้ว 12 สินค้า ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเปิดเผยถึงการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสินค้าเกษตรหลัก 12 ชนิดว่า การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และใช้เป็นกรอบพื้นที่ในการจัดทำแผนพัฒนาพืชแต่ละชนิดเป็นรายสินค้า ซึ่งหากเกษตรกรทำการเกษตรในเขตเกษตรเศรษฐกิจที่กำหนดไว้ จะช่วยให้ทำการผลิตได้ตรงกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสินค้านั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงและมีปริมาณผลผลิตและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และยังช่วยให้การสนับสนุนของรัฐเป็นไป อย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐอีกด้วย ในการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจพิจารณาจากปัจจัยทางด้านกายภาพและเศรษฐกิจ สำหรับปัจจัยทางกายภาพเป็นข้อมูลเชิงแผนที่และตัวเลขในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ได้แก่ ชุดดิน ปริมาณน้ำฝน เขตน้ำชลประทานเขตการใช้ที่ดินทางการเกษตร เขตป่าไม้ตามกฎหมาย เขตการปกครอง และเส้นทางคมนาคม ส่วนข้อมูลทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยผลผลิตต่อไร่ ขนาดพื้นที่ดำเนินการ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการแปรรูปและการตลาด ศักยภาพในการพัฒนาองค์กรเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการตลาดของสถาบันเกษตรกรและการลงทุนด้านปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของภาครัฐที่ได้ดำเนินการไปแล้วนำมาทำการวิเคราะห์ กำหนดหาพื้นที่เหมาะสมต่อการผลิตสินค้าเกษตร และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์แล้ว และพร้อมประกาศเป็นเขตเกษตรเศรษฐกิจรวม 12 สินค้า ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ถั่วเหลือง ยางพารา ทุเรียน ลำไย กาแฟ ปาล์มน้ำมัน และอ้อยโรงงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ข้าวนาปี พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับข้าวนาปี มีทั้งหมด 57 ล้านไร่ ผลผลิต 21 ล้านตัน รวม 71 จังหวัด 664 อำเภอ 5,673 ตำบล 2. ข้าวนาปรัง พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับข้าวนาปรัง มีทั้งหมด 8 ล้านไร่ ผลผลิต 6 ล้านตัน รวม 28 จังหวัด 143 อำเภอ 1,327 ตำบล 3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีทั้งหมด 7.5 ล้านไร่ ผลผลิต 5.2 ล้านตัน รวม 32 จังหวัด 171 อำเภอ 1,064 ตำบล 4. มันสำปะหลัง พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับมันสำปะหลัง มีทั้งหมด 6.7 ล้านไร่ ผลผลิต 20.80 ล้านตัน รวม 33 จังหวัด 179 อำเภอ 1,232 ตำบล 5. สับปะรดโรงงาน พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสับปะรดโรงงาน มีทั้งหมด 0.5 ล้านไร่ ผลผลิต 2.2 ล้านตัน รวม 8 จังหวัด 28 อำเภอ 132 ตำบล 6. ถั่วเหลือง พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับถั่วเหลือง มีทั้งหมด 1.5 ล้านไร่ ผลผลิต 375,000 ตัน รวม 28 จังหวัด 138 อำเภอ 811 ตำบล 7. ยางพารา พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับยางพารา มีทั้งหมด 12 ล้านไร่ ผลผลิต 2.4 ล้านตัน รวม 34 จังหวัด 237 อำเภอ 1,593 ตำบล 8. ทุเรียน พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับทุเรียน มีทั้งหมด 0.86 ล้านไร่ ผลผลิต 995,000 ตัน รวม 12 จังหวัด 42 อำเภอ 287 ตำบล 9. ลำไย พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับลำไย มีทั้งหมด 0.65 ล้านไร่ ผลผลิต 427,000 ตัน รวม 6 จังหวัด 30 อำเภอ 225 ตำบล 10. กาแฟ พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับกาแฟ มีทั้งหมด 0.4 ล้านไร่ ผลผลิต85,000 ตัน รวม 8 จังหวัด 30 อำเภอ 170 ตำบล ซึ่งจำแนกเป็น - พันธุ์อาราบิก้า จำนวน 2 จังหวัด 7 อำเภอ 44 ตำบล - พันธุ์โรบัสต้า จำนวน 6 จังหวัด 23 อำเภอ 126 ตำบล 11. ปาล์มน้ำมัน พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับปาล์มน้ำมัน มีทั้งหมด 1.858 ล้านไร่ ผลผลิต 4.410 ล้านตัน รวม 13 จังหวัด 77 อำเภอ 489 ตำบล 12. อ้อยโรงงาน พื้นที่ที่กำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับอ้อยโรงงาน มีทั้งหมด 6 ล้านไร่ ผลผลิต 54 ล้านตัน รวม 35 จังหวัด 181 อำเภอ 1,310 ตำบล--จบ-- -ศน-

ข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร+อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจวันนี้

สศก. วิเคราะห์โอกาส "กล้วยหอมทองโคราช" สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro-Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด "กล้วยหอมทอง" ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568

ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1... สศก. ชูโมเดล "ไร่เตียวิเศษ" เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste — ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถี...

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเ... ของดีเมืองสงขลา 'ส้มโอหอมควนลัง' GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. - พ.ย. นี้ — นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9...

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักง... สศท.5 หนุน 'ผำ' อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง — นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชส...