ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศหุ้นกู้อนุพันธ์ชุดที่สองและสามภายใต้โครงการออกหุ้นกู้อนุพันธ์ของธนาคารดอยซ์แบงก์ เอจี

13 Dec 2004

กรุงเทพฯ--13 ธ.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National rating) ระยะยาวของหุ้นกู้อนุพันธ์อายุ 6 เดือนที่มีผลตอบแทนสะสมอ้างอิงกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุ 6 เดือน มูลค่า 200 ล้านบาท และ หุ้นกู้อนุพันธ์อายุ 2 ปีที่มีผลตอบแทนสะสมอ้างอิงกับดัชนี SET 50 มูลค่า 171 ล้านบาท ที่จะออกโดยธนาคารดอยซ์แบงก์ เอจี สาขากรุงเทพฯ (DB) ที่ระดับ ‘AAA(tha)’แนวโน้มมีเสถียรภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ชุดที่ 2 และ 3 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการออกหุ้นกู้อนุพันธ์ของ DB ซึ่งมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 25 พันล้านบาท โดยหุ้นกู้อนุพันธ์ที่จะออกภายใต้โครงการนี้อาจรวมถึง หุ้นกู้อนุพันธ์อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน (Currency-linked notes) หุ้นกู้อนุพันธ์อ้างอิงกับหุ้น (Equity-linked notes) และหุ้นกู้อนุพันธ์อ้างอิงกับดัชนี (Index-linked notes)

ผู้ลงทุนควรทราบว่า อันดับเครดิตของหุ้นกู้อนุพันธ์นี้เป็นการวิเคราะห์ถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้อนุพันธ์เท่านั้น และไม่ได้ครอบคลุมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะตลาดหรือความเสี่ยงของผลตอบแทน โดยผลตอบแทนขั้นต่ำได้ถูกกำหนดไว้ที่ศูนย์ อันดับเครดิตของหุ้นกู้อนุพันธ์นี้อยู่บนพื้นฐานของอันดับเครดิตของ DB เนื่องจากธนาคารมีภาระผูกพันในการจ่ายเงินต้นเต็มจำนวน

อันดับเครดิตของหุ้นกู้อนุพันธ์สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอันดับเครดิตสากลของ DB ที่ ‘AA-’ (AA ลบ)/‘F1+’ แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับเครดิตของ DB นี้สูงกว่า อันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศ (International Local Currency Rating) ของประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ ‘A-’ (A ลบ) แนวโน้มเป็นบวก อยู่ 3 อันดับ จึงส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้อนุพันธ์นี้เท่ากับอันดับเครดิตภายในประเทศของรัฐบาลไทยซึ่งอยู่ที่ ‘AAA(tha)’

อันดับเครดิตสากลของ DB สะท้อนถึงเครือข่ายที่ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของโลก โครงสร้างรายได้ที่มีการกระจายตัวที่ดี และระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของธนาคาร รายได้ที่ดีอย่างสม่ำเสมอจากธุรกิจตราสารหนี้และจากการให้บริการบริหารสินทรัพย์เป็นปัจจัยสนับสนุนให้อันดับเครดิตสากลของ DB คงอยู่ในช่วง ‘AA’ ถึงแม้ว่าจะมีการลดลงของกำไรจากการดำเนินงาน สืบเนื่องจากการปรับโครงสร้าง การกันสำรองหนี้สูญ ขาดทุนจากการลงทุนในหุ้น และผลกำไรที่ยังคงอ่อนแอของสาขาในประเทศเยอรมันนีซึ่งคิดเป็นเพียง 16% ของผลกำไรรวมก่อนภาษีในไตรมาส 1 ปี 2547 ถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานของ DB ในประเทศเยอรมันนีจะปรับตัวดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเยอรมันนีที่ยังคงไม่แข็งแกร่ง อาจส่งผลทางลบต่อผลการดำเนินงานของ DB ได้

ธุรกิจวาณิชธนกิจเป็นธุรกิจหลักในการทำกำไรของธนาคาร DB มีข้อได้เปรียบในด้านการมีชื่อเสียงและฐานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งทั่วโลก ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถรองรับความผันผวนของตลาดได้มากกว่าคู่แข่ง ในขณะเดียวกัน ผลกำไรจากธุรกิจการให้บริการลูกค้าส่วนบุคคลและการบริหารสินทรัพย์ มีการพัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจในส่วนของการบริหารสินทรัพย์ และธุรกรรมธนาคารพาณิชย์สำหรับลูกค้าส่วนบุคคลและลูกค้ารายย่อย

ธุรกรรมธนาคารพาณิชย์สำหรับลูกค้าองค์กรของ DB ได้ถูกกระทบจากการที่มีอัตราการผิดนัดชำระหนี้โดยบริษัทต่างๆ ที่สูงและจากการที่การปล่อยสินเชื่อของ DB มีการกระจายที่ไม่เพียงพอในปี 2545 ระดับการกันสำรองหนี้สูญได้ลดลงในปี 2546 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ระดับการกันสำรองหนี้สูญคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องในปี 2547 DB มีความพยายามอย่างสูงในการลดระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับประมาณ 4% ของสินเชื่อทั้งหมด รวมถึงพยายามลดปริมาณสินเชื่อที่ให้กับลูกค้ารายใหญ่บางรายเพื่อกระจายความเสี่ยง ระบบการจัดการความเสี่ยงทางด้านสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าได้มีการกันสำรองหนี้สูญอย่างเพียงพอสำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะตลาดได้มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยธุรกรรมการค้าหลักทรัพย์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้น การซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าเป็นหลักมากกว่าการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อธนาคารเอง ระดับเงินกองทุนของ DB ยังคงแข็งแกร่ง ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 จะยังคงอยู่ในระดับที่ผู้บริหารของธนาคารตั้งเป้าไว้ ที่ 8%-9% จนกว่าธนาคารจะสามารถประกาศผลกำไรที่แข็งแกร่งได้อย่างสม่ำเสมอ

รายงานฉบับเต็มของ DB อยู่ที่ www.fitchresearch.com

ต้องการข้อมูลเพิมเติมติดต่อ

ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์, Vincent Milton,

กรุงเทพฯ +662 655 4762/4759

David Marshall, ฮ่องกง

+852 2263 9963

หมายเหตุ : การจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ใช้วัดความน่าเชื่อถือของบริษัทในประเทศที่อันดับเครดิตของประเทศนั้นอยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตระดับเพื่อการลงทุน หรือมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับต่ำแม้จะอยู่ในระดับเพื่อการลงทุน อันดับเครดิตของบริษัทที่ดีที่สุดของประเทศจะอยู่ที่ระดับ “AAA” และการจัดอันดับเครดิตอื่นในประเทศ จะเป็นการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับบริษัทที่ดีที่สุดนี้เท่านั้น อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนภายในประเทศในแต่ละประเทศนั้นๆ และมีสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้ต่อท้ายจากอันดับเครดิตสำหรับแต่ละประเทศ เช่น “AAA(tha)” ในกรณีของประเทศไทย อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นไม่สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้--จบ--