ผู้ชนะ DTAC Award ด้วยสุดยอดแผนธุรกิจ “เชื้อเพลิงทดแทนนำมันดีเซลสกัดจากยางรถยนต์เก่า”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--12 เม.ย.--ดีแทค

ผู้ชนะ DTAC Award ด้วยสุดยอดแผนธุรกิจ “เชื้อเพลิงทดแทนนำมันดีเซลสกัดจากยางรถยนต์เก่า” จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คว้ารางวัลพระราชทาน ในการประกวดแผนธุรกิจใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 1 ผลการประกวดแผนธุรกิจใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 1 (Moot Biz แห่งชาติ) ประกาศและมอบรางวัลเรียบร้อยแล้ว ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ทีมเอ็นเทค จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งคว้ารางวัล DTAC Award ก่อนหน้านี้ เป็นผู้เสนอสุดยอดแผนธุรกิจในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนดีเซลสกัดจากยางรถยนต์เก่า ชนะเลิศรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไปได้ด้วยความโดดเด่นจากความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในตลาด โดยพิจารณาจากแนวโน้มของตลาด กลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง และข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ มีความคิดสร้างสรรค์ในของแผนธุรกิจ, สินค้าและบริการสามารถสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาด และท้ายที่สุดสามารถนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจหรือสินค้าบริการในรูปแบบใหม่ โครงการประกวดแผนธุรกิจใหม่แห่งชาติ ภาคภาษาไทย จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีนักศึกษาปริญญาโท ส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 30 ผลงานจากมหาวิทยาลัย 16 แห่ง ทั่วทุกภาคของประเทศ จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2547–เมษายน 2548 โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) โดยดีแทคให้การสนับสนุน โดยเบื้องหลังการจัดประกวดแผนธุรกิจใหม่แห่งชาตินี้เนื่องมาจากในปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลต้องการให้หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ภาคราชการ ช่วยกระตุ้นและจูงใจให้เกิดการลงทุน เกิดการสร้างธุรกิจใหม่ที่ได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ในกลุ่มคนต่างๆ เช่น กลุ่มรากหญ้า นิสิตนักศึกษา ทั้งนี้ SMEs ไทยยังมีโอกาสเติบโตและขยายตัวออกไปได้อีกมากหากผู้ประกอบการใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ มองหาและวิเคราะห์ช่องว่างทางการตลาด ซึ่งถ้าผู้ประกอบการใหม่สามารถมองหาช่องทาง หาช่องว่างในการขายผลิตภัณฑ์ที่แปลก ใหม่ และแตกต่าง ก็จะทำให้มีโอกาสในการแทรกตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ นอกจากนั้นธุรกิจ SMEs ยังชี้ให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย ซึ่งดีแทคได้เห็นความสำคัญนี้และได้สนับสนุนโครงการรวมทั้งได้ริเริ่มรางวัล DTAC Award ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญในแผนธุรกิจที่มีนวัตกรรมและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และเป็นแผนธุรกิจที่ใช้ได้จริง สำหรับผลการตัดสิน ทีมเอ็นเทค จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คว้ารางวัลดีแทคอวอร์ด ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท ก่อนหน้านี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นรางวัลเงินสด 100,000 บาท ส่วนมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้รับเงินสนับสนุนกิจกรรมวิชาการอีก 100,000 บาท รวมทั้งมีสิทธิขอเงินลงทุนจริงจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทอีกด้วย ทีมเอ็นเทค ใช้เทคโนโลยีในการสกัดน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซลจากยางรถยนต์เก่า โดยใช้กระบวนการผลิตและอุปกรณ์ที่ทันสมัยคิดค้นขึ้นเอง และทำงานได้จริง โดยสามารถผลิตเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซลในการใช้งานอุตสาหกรรม ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้เป็นยางรถยนต์ใช้แล้วที่เป็นปัญหาในการกำจัด ทำให้ได้ต้นทุนผลิตที่ต่ำและได้น้ำมันคุณภาพสูงในราคาถูก นอกจากนี้ยังสามารถลดปัญหาที่เกิดขยะจากยางรถยนต์ใช้แล้วที่ประมาณการณ์ว่าในปีหนึ่งๆ จะมียางรถยนต์ใช้แล้วเหลือทิ้งถึง 100,000 ตันต่อปี (หรือประมาณ 100,000,000 เส้น) ซึ่งถ้าสามารถนำมาผลิตน้ำมันทั้งหมดจะได้ถึง 300 ล้านลิตร รวมทั้งถ้าสามารถบริหารจัดการได้ดีจะทำให้เกิดการสร้างงานที่เกี่ยวเนื่องในการจัดเก็บยางรถยนต์ใช้แล้วกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีทีมที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่นำเสนอแผนธุรกิจต่าง ๆ เช่น ทีมมาสเตอร์มายด์ เสนอแผนธุรกิจยาฆ่าเชื้อและรักษาแผลสดจากเปลือกมังคุด จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท ทีมน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ เสนอแผนธุรกิจน้ำดื่มเพื่อสุขภาพผสมวิตามิน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท ทีมยัง 101 เสนอแผนธุรกิจเครื่องสำอางและสปาสำหรับผู้ชาย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท ทีมโอเบงโตะ เสนอแผนธุรกิจอาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็ก จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท. สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net--จบ--

ข่าวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ+น้ำมันเชื้อเพลิงวันนี้

LINE ประเทศไทย จัดเวิร์กช็อป อัปสกิลดิจิทัล เสริมภูมิคุ้มกันให้ Gen Z ใช้ชีวิตในโลกออนไลน์แบบปลอดภัย เท่าทันมิจฉาชีพ

ประเทศไทยติดอันดับ 9 ของโลก ในด้านความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ มูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี และกลุ่มเยาวชนกับนักศึกษาคือกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่ออันดับต้นๆ LINE ประเทศไทย จึงร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาควิชาการ ทั้ง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา จัดเวิร์กช็อป 'LINE Connect Day Digital Literacy for Smart Young Gen' เพื่อเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ

ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา... แสดงความยินดีทีมผู้สร้าง"สัปเหร่อ 2" ทำรายได้ 350 ล้าน — ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพและผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห...

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจกา... BUSEM Entrepreneurship Summit 2026 รวมผู้สร้างธุรกิจรุ่นใหม่ เชื่อมความรู้ระดับโลกสู่โอกาสจริง — คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุ...

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ สาย... ม.กรุงเทพ ร่วมกับ BCH จัด Mini MBA#2: InnovateMed Final Pitching เปิดเวทีโชว์ศักยภาพผู้นำนวัตกรรมสุขภาพ — บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ สายวิจัยแล...

ม.กรุงเทพ เปิดพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน เชื่... VISION HOUSE BUSINESS FORUM ครั้งที่ 2 : "Nexus 3W: Reimagining Wealth, Wellbeing & the World with AI" — ม.กรุงเทพ เปิดพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน เชื่อมโย...

LINE Thailand จับมือ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิ... LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา — LINE Thailand จับมือ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ...

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถาบันการศึกษาที่มุ่งพ... ม.กรุงเทพ เปิดตัว VISION HOUSE เชื่อมศิษย์เก่า สร้างเครือข่าย พร้อมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน — มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถาบันการศึกษาที่มุ่งพัฒนาและขับเคลื่อ...