ไบโอ -อินโนวารับงานวิจัยและทดลองยารายแรกในประเทศไทย ร่วมกับซินครอนผู้เชี่ยวชาญระดับโลก สนับสนุนอุตสาหกรรมยาในประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--27 เม.ย.--พีอาร์ แอนด์ แอสโซซิเอส

บริษัท ไบโอ-อินโนวา และ ซินครอน จำกัด เป็นเอกชนรายแรกในไทยที่มุ่งเน้นให้บริการงานวิจัยยาทางคลินิก โดยจะทำการทดลองยาในอาสาสมัครคนไทย ทั้งนี้ได้รับเทคโนโลยีด้านการวิจัยจากซินครอนผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นอกจากนี้บริษัทยังร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย และหวังขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย ดร.ศศิธร กิตติวรวิทย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอ-อินโนวา และ ซินครอน จำกัด กล่าวว่า ไบโอ-อินโนวาจะเป็นเอกชนรายแรกในไทยที่เน้นการบริการศึกษาวิจัยทางคลินิก ชีวสมมูล เภสัชจลนศาสตร์ ชีวประสิทธิผล การวิเคราะห์ยาในเลือดและปัสสาวะ การวิเคราะห์ทางสถิติและการจัดการข้อมูล โดยบริษัทมีห้องปฏิบัติการ มีอุปกรณ์การศึกษาวิจัยที่ทันสมัยอย่างครบครัน มีผู้เชี่ยวชาญและแพทย์ ที่จะดูแลอาสาสมัครทดลอง โดยได้มีการร่วมทุนร่วมกับซินครอนแห่งอินเดีย และมูลค่าการจดทะเบียนบริษัท 50 ล้านบาท อุตสาหกรรมยาในประเทศประกอบด้วยบริษัทผู้ผลิตยาในประเทศ และบริษัทยาต่างประเทศที่นำเข้ายา และรวมมูลค่าตลาดยาโดยรวม 56,000 ล้านบาท และแต่ละปีบริษัทในประเทศจะมีการผลิตยาใหม่ๆ ที่หลุดสิทธิบัตร ประมาณ1,000 รายการ และบริษัทต่างประเทศก็จะนำเข้ายาใหม่ๆ ประมาณ 800 ขนานเช่นกัน บริษัทเวชภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศจะนำยาใหม่ๆ ขึ้นจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประมาณ 2,000 รายการ สำหรับการวิจัยยาทางคลินิกในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันบรรดานักวิจัยทั้งที่เป็นแพทย์ เภสัชและนักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ทำวิจัยทางคลินิกในระยะที่ 1, 2, 3 และ 4 หรือการทดลองยาในอาสาสมัครคนไทย ในโรงพยาบาลต่างๆ ของรัฐมาโดยตลอด ดังนั้น บริษัท ไบโอ-อินโนวา ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนจะมีส่วนร่วม และสนับสนุนการวิจัยทางคลินิกของหน่วยงานในด้านระบบข้อมูล และด้านการทดสอบประสิทธิภาพของวิธีวิเคราะห์ยาชนิดต่างๆ จะสามารถช่วยให้งานวิจัยยาใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมยาให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในแต่ละปีว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณหาศาลในการจัดซื้อยา โดยเฉพาะยาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครองหรือยาต้นแบบ (Innovator Drug) ซึ่งมีราคาแพง ดังนั้นการผลิตยาชื่อสามัญหรือยาที่ไม่มีสิทธิบัตร (Generic Drug) จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ยามีราคาถูกลง และเพื่อเป็นการประกันว่าการผลิตยาชื่อสามัญนั้นมีราคาที่เหมาะสมและมีคุณภาพเท่าเทียมกับยาต้นแบบ ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา สำนักคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตยาชื่อสามัญต้องยื่นผลการศึกษาชีวสมมูล (Bioequivalence Study) ประกอบการพิจารณาขอขึ้นทะเบียนยา ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับและประกันคุณภาพของยาชื่อสามัญ ปัจจุบันได้มีการยกระดับมาตรฐานขึ้นอีกครั้งโดยการนำมาตรฐานการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice - GCP) มากำหนดเพื่อให้ข้อมูลจากการศึกษาชีวสมมูลน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมทั้งการคุ้มครอง และให้ความมั่นใจแก่อาสาสมัครที่ร่วมโครงการทดลองยาด้วย ดร.ศศิธร กล่าวต่อไปว่า ” ธุรกิจด้านการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมด้านอาหารของประเทศไทยนับว่าประสบความสำเร็จแล้ว ในขณะที่อุตสาหกรรมยาในประเทศก็เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ไทยยังขาดแคลนด้านการศึกษาวิจัยทางคลินิกหรือการทดลองยา ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนที่สำคัญสำหรับธุรกิจยา เครื่องสำอาง การผลิตสมุนไพรและธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เพราะการวิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ได้คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากล จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สามารถวางตลาดได้อย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก” นอกจากนี้บริษัทยังสามารถให้บริการงานวิจัยแก่อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เครื่องสำอาง ผู้ผลิตสมุนไพร อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องมือแพทย์ ตลาดบริการวิจัยยาทางคลินิกทั่วโลกมีมูลค่ามหาศาลถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 360,000 ล้านบาท) จึงทำให้ประเทศต่างๆ เช่นจีน ไต้หวัน อินเดีย เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ต่างต้องการเป็นศูนย์กลางการวิจัยยาในภูมิภาคนี้ เพราะประเทศแถบเอเชียจะมีต้นทุนการวิจัยทางคลินิกต่ำกว่าประเทศอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ประเทศอินเดียกำลังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยาระดับโลก ทั้งในด้านการวิจัยทางคลินิก เพราะมีความพร้อมหลายๆ ด้าน เช่น มีนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาเอกที่ได้รับเทคโนโลยีด้านการวิจัยจากสหรัฐอเมริกา มีค่าแรงขั้นต่ำ ตลาดยาในประเทศมีขนาดใหญ่ ประมาณ 175,000 ล้านบาท ต่อปี นอกจากนี้ยังมีบริษัทนวัตกรรมยาระดับโลกหลายบริษัททั้งบริษัทในอเมริกาและยุโรปต่างไปตั้งโรงงานที่อินเดีย อีกทั้งบริษัทค้นคว้าวิจัยชั้นนำต่างๆ ได้ตั้งฐานที่อินเดียด้วยเช่นกัน จึงเป็นข้อที่ได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ดร.ชิพพราคาช รัชแนม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินครอน แห่งอินเดียกล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์ด้านการวิจัยทางคลินิกของบริษัท ซินครอน ร่วมกับศักยภาพของทีมงาน บริษัท ไบโอ-อินโนว่า และ ซินครอน จำกัด ทำให้มั่นใจได้ว่า เราจะเป็นแนวหน้าของบริการด้านการวิจัยทางคลินิก ด้านเภสัชจลนศาสตร์ และด้านอื่นๆ ทั้งมีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยที่จะผลักดันให้บริการวิจัยทางคลินิกของไทยอยู่ในระดับแนวหน้า” ซินครอนเป็นบริษัทเอกชนรายแรกในอินเดียที่ให้บริการวิจัยยาทางคลินิกตั้งแต่ปี 2541 และในปี 2549 ได้ร่วมทุนกับบริษัทพาเรเซล ผู้นำด้านการวิจัยทางคลินิกรายใหญ่รายหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซินครอนได้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้ให้บริการวิจัยทางคลินิกรายใหญ่ในอินเดีย ซึ่งสามารถให้บริการด้านการพัฒนายาที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอแก่บริษัทยาในประเทศและบริษัทยาต่างประเทศได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: คุณปองปรัชญ์ สุโรจนะเมธากุลหรือคุณอารยา สุเทพากุล บริษัท พีอาร์ แอนด์ แอสโซซิเอส จำกัด โทรศัพท์: 0-2651 8989 ต่อ 330 หรือ 224 โทรสาร: 0-2651 9649-50 สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวการศึกษาวิจัยทางคลินิก+พัฒนาศักยภาพวันนี้

สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ MOU คณะแพทยศาสตร์ มช. ส่งเสริมการวิจัยร่วมด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

รศ.ภญ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย ดร.กฤษฎา กิตติโกวิทธนา กรรมการผู้จัดการ นายสุทธิศักดิ์ เจษฎาไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต (ซ้าย) คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการวิจัยร่วม (Co-research) ด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการสกัดสารสำคัญ การศึกษาวิจัยทางคลินิกเพื่อประเมินประสิทธิผล

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง "Pinfenon" (S) (R) คว้าสิทธิบัตรครั้งแรกของโลก

บริษัท Scarecrow Incorporated - สิทธิบัตรดังกล่าวครอบคลุมการประดิษฐ์คิดค้นยารักษาและยาป้องกันโรคสำหรับลดระดับตัวบ่งชี้โรคหัวใจในสุนัข รวมถึงวิธีการผลิต - บริษัท Scarecrow Incorporated ในเขตชิบูยะ กรุงโตเกียว...

คอนเซปต์ เมดิคอล ได้รับสถานะ IDE รายการที่สี่ เพื่อศึกษาบอลลูนเคลือบยาไซโรลิมัส เมจิกทัช ในการรักษาโรคหลอดเลือดแดงต้นขาชั้นตื้น

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติสถานะเครื่องมือแพทย์ในการศึกษาวิจัยทางคลินิก (Investigational Device Exemption หรือ IDE) ให้แก่บอลลูน...

"เม็ดอัลไลแอนซ์" เปิดรับผู้ป่วยรายแรกในสหรัฐร่วมเป็นอาสาสมัครในการวิจัย SFA SELUTION4SFA

โครงการวิจัยบอลลูนเคลือบยาไซโรลิมัส (SELUTION4SFA) ได้เปิดรับผู้ป่วยรายแรกในสหรัฐร่วมโครงการแล้ว โดยดร.อาเธอร์ ลี (Arthur Lee) ณ สถาบันหัวใจและหลอดเลือดในฟลอริดา โครงการนี้มีขึ้นเพื่อประเมินเซลูชัน เอสแอลอาร์ ...

คอนเซปต์ เมดิคอล ได้รับอนุมัติสถานะ IDE เพื่อศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสายสวนบอลลูนเคลือบยาไซโรลิมัส "เมจิกทัช" สำหรับรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบขนาดเล็ก

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) อนุมัติสถานะผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในการศึกษาวิจัยทางคลินิก (Investigational Device...

คอนเซปต์ เมดิคอล ได้รับสถานะ IDE เดินหน้าพัฒนาบอลลูนเคลือบยาไซโรลิมัส เมจิกทัช เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดบริเวณใต้เข่า

คอนเซปต์ เมดิคอล อิงค์ (Concept Medical Inc. หรือ CMI) ได้รับสถานะผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในการศึกษาวิจัยทางคลินิก (Investigational Device Exemption หรือ IDE) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร...

เม็ดอัลไลแอนซ์เผยบอลลูนเคลือบยาเซลูชัน เอสแอลอาร์ ผ่านการรับรองสถานะ IDE จาก FDA สำหรับใช้ทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ

หลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ "คอร์ดิส" (Cordis) เตรียมเข้าซื้อกิจการ "เม็ดอัลไลแอนซ์" (MedAlliance) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดเม็ดอัลไล...

โครงการการศึกษาการติดเชื้อมาลาเรียในประเท... มหิดล-อ๊อกซ์ฟอร์ด เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมการวิจัยทางคลินิก — โครงการการศึกษาการติดเชื้อมาลาเรียในประเทศไทยส่วนที่สอง (MIST2) เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมการว...