ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) เป็นลบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--4 ธ.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ มูลค่า 2.5 พันล้านบาท ทยอยชำระคืนเงินต้น ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2552 ของบริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL เป็นลบจากเดิมแนวโน้มมีเสถียรภาพ ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวแก่หุ้นกู้ดังกล่าวที่ระดับ ‘BBB+(tha)’ การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของ RCL อันมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและความสามารถที่จำกัดของบริษัทในการขึ้นอัตราค่าระวางเรือ (Freight Rate) ในช่วงวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่จะชะลอตัวลงในปี 2552 อาจจะส่งผลให้ปริมาณการค้าทั่วโลกหดตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือและอัตราค่าระวางเรือ ด้วยเหตุนี้ผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ RCL อาจจะอ่อนแอลงต่อไปอีก ซึ่งทำให้การลดลงของระดับหนี้สินของบริษัทในช่วง 24 เดือนข้างหน้าน้อยกว่าที่คาด รวมถึงทำให้ความยืดหยุ่นทางการเงินของบริษัทลดลง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 ความสามารถในการทำกำไรของ RCL ลดลงอย่างมาก ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินเพิ่มสูงขึ้น โดยมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่าต่อรายได้ (EBITDAR Margin) 12.5% ซึ่งลดลงจาก 23.9% ในปี 2550 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Net Debt/EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 4.6 เท่าจาก 1.7 เท่าในปี 2550 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม (Total Debt/Total Capitalisation) อยู่ที่ 32.6% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2551 ลดลงจาก 33.7% ณ สิ้นปี 2550 แรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรน่าจะคลายตัวลงในปี 2552 เนื่องจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงอย่างมาก แม้ว่าอัตราค่าระวางเรือก็น่าจะอ่อนตัวลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก RCL มีแผนการลงทุนที่เป็นภาระผูกพันในช่วงปลายปี 2551 ถึงปี 2552 รวมประมาณ 3 พันล้านบาท ระดับหนี้สินรวมของ RCL จึงน่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว โดยอัตราส่วน Net Debt/EBITDA อาจเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5.0 เท่าถึง 5.5 เท่าในช่วงปี 2551-2552 จากประมาณ 1.5 เท่าถึง 2.0 เท่าในช่วงปี 2548-2550 ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (Net Adjusted Debt/EBITDAR) คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น 6.0 เท่าถึง 6.5 เท่าจากประมาณ 3.0 เท่าถึง 4.0 เท่า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่เป็นภาระผูกพันจะลดลงเหลือเพียง 1.5 พันล้านบาทหลังจากช่วงระยะเวลากล่าว ซึ่งมีกำหนดชำระในปี 2554 รวมถึงการคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) น่าจะทำให้อัตราส่วน Net Debt/EBITDA และอัตราส่วน Net Adjusted Debt/EBITDAR ปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.0 เท่าถึง 3.0 เท่าและ 4.0 เท่าถึง 5.0 เท่าตามลำดับหลังจากปี 2552 ในส่วนของสภาพคล่องทางการเงิน RCL ยังคงมีอยู่ในระดับที่เพียงพอ โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2551 บริษัทมียอดเงินสดคงเหลือ 3.6 พันล้านบาทและมีวงเงินที่สามารถเบิกจ่ายได้จากธนาคาร (Undrawn Committed Facilities) ประมาณ 3.8 พันล้านบาท อันดับเครดิตมีปัจจัยสนับสนุนจากความเป็นผู้นำในธุรกิจบริการขนส่งตู้สินค้าทางเรือในภูมิภาคเอเชียของ RCL ด้วยเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กองเรือขนาดใหญ่ที่มีอายุค่อนข้างน้อย และความถี่ของตารางการเดินเรือ นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างธุรกิจ Shipper Owned Container (SOC) และธุรกิจ Carrier Owned Container (COC) ของ RCL ยังมีส่วนช่วยบรรเทาความเสี่ยงบางส่วนจากความผันผวนของธุรกิจตามวัฏจักรของอุตสาหกรรม แม้ว่าอุปทานส่วนเกินของปริมาณเรือขนส่งตู้สินค้าจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า กองเรือขนส่งตู้สินค้าจะมีอัตราการเติบโตที่ 14.5% ต่อปีโดยเฉลี่ยในช่วงปี 2551-2553 แต่อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตเฉลี่ยในส่วนของปริมาณเรือขนส่งตู้สินค้าขนาดเล็ก ซึ่งมักใช้สำหรับการขนส่งภายในภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะอยู่ที่ 7.4% ต่อปี ในขณะที่ปริมาณการค้าภายในภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปริมาณการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างทวีป หาก RCL ไม่สามารถแสดงการฟื้นตัวของส่วนต่างอัตราค่าระวางเรือกับต้นทุนการเดินเรือ (Freight Spread) และ EBITDA ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 รวมถึงภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมที่รุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ ไว้ อาจมีผลกระทบในทางลบต่ออันดับเครดิตของบริษัท ในทางตรงกันข้าม ความสามารถของบริษัทในการสร้างและบริหารกระแสเงินสดในช่วงวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเห็นได้จากการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของความสามารถในการทำกำไรและอัตราส่วนหนี้สิน อาจทำให้อันดับเครดิตของบริษัทคงอยู่ในระดับเดิมได้ ติดต่อ: สมฤดี ไชยวรรัตน์ +662 655 4762, เลิศชัย กอเจริญรัตนกุล +662 655 4760, Vincent Milton, +662 655 4755

ข่าวฟิทช์ เรทติ้งส์+ฟิทช์ เรทติ้งวันนี้

MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ พร้อมชูดอกเบี้ยคงที่ [2.85 - 4.10]% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "MTC") ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 5 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ "A-(tha)" แนวโน้มมี "เสถียรภาพ" โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการ

บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ เพิ่มการออกหุ้นกู้เป็น 8 พันล้านบาท; ไม่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิต

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าการเพิ่มมูลค่าการออกหุ้นกู้ที่จะทำการเสนอขายของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM (ซึ่งมีอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A(tha)' แนวโน้มเครดิตมี...

ฟิทช์ประกาศอันดับเครดิตหุ้นกู้ บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ที่ 'A(tha)'

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long Term Rating) สำหรับหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิชุดใหม่ มูลค่าไม่เกิน 5 พันล้านบาท ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ...

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เป็นลบ คงอันดับเครดิตที่ BBB-/AA(tha)

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev เป็นลบจากมีเสถียรภาพ คงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (International Long-Term Foreign-Currency...

ฟิทช์ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิต บมจ. เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ เป็น 'CCC+(tha)' และเพิกถอนอันดับเครดิต

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ FNS เป็น 'CCC+(tha)' จาก 'CCC-(tha)' ...

ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และ บจก.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ที่ 'AAA(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และบริษัท แอดวานซ์ ...

ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศของ บ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ที่ 'A(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ที่ 'A(tha)' แนว...

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศของ บริษัทเอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง และคงอันดับเครดิตที่ 'A(tha)'

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" จากเดิม "แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ...