ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--21 ธ.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) (UOBT; ซึ่งก่อนหน้านี้คือธนาคารเอเชีย) ดังต่อไปนี้: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-term Foreign Currency Issuer Default Rating (IDR)) ที่ ‘BBB+’ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินตราต่างประเทศระยะสั้นที่ ‘F2’ อันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ระยะยาวที่ ‘AA+(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินที่ ‘C’ และอันดับเครดิตสนับสนุนที่ ‘2’ ธนาคารมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของ UOBT และการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งมีอำนาจในการบริหารธนาคาร คือ United Overseas Bank ของสิงคโปร์ (UOB ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ ‘AA-’(AA ลบ)/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) การเปลี่ยนแปลงใดๆในการถือหุ้นของ UOB รวมทั้งข้อผูกพันและการสนับสนุนของ UOB ที่มีต่อ UOBT อาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตสากลและอันดับเครดิตภายในประเทศของ UOBT ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของ Country Ceiling ของประเทศไทยอาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของ UOBT ได้เช่นกันเนื่องจากอันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศของ UOBT ถูกจำกัดโดย Country Ceiling ผลประกอบการของ UOBT ถูกจำกัดโดยเครือข่ายของธนาคารที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆในประเทศ ผลประกอบการในปี 2551 ของ UOBT ปรับตัวดีขึ้นโดยมีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิที่ 92 ล้านบาทในปี 2550 เนื่องจากการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง รายได้จากการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง อย่างไรก็ตามความสามารถในการทำกำไรของธนาคารยังคงน้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่เนื่องจากส่วนแบ่งทางการตลาดของสินเชื่อและเงินฝากที่เล็กกว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2552 ผลประกอบการของ UOBT อยู่ในระดับที่ค่อนข้างอ่อนแอ โดยมีกำไรสุทธิ 394 ล้านบาท (ลดลง 57% จากปีก่อน) เนื่องจากการหดตัวของสินเชื่อและการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารปรับตัวดีขึ้นหลังจากการขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวน 11 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ของปี 2550 โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 7.9 พันล้าน ณ สิ้นปี 2551 (ประมาณ 5% ของสินเชื่อรวม จาก 12% ณ สิ้นปี 2549) อย่างไรก็ตามหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 8.7 พันล้านบาท (6% ของสินเชื่อรวม) ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 และยังคงมีความเสี่ยงในการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง UOBT มีระดับสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 6 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 หรือ 69%ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ การระดมเงินทุนและสภาพคล่องของธนาคารไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เงินฝากมีสัดส่วนประมาณ 90% ของการระดมเงินทุน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 โดยเงินฝากประมาณ 70% มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน อัตราส่วนของสินเชื่อต่อเงินฝากยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 90% ในขณะที่อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อเงินฝากและหนี้สินระยะสั้นอยู่ที่ประมาณ 31% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 เพิ่มขึ้นจาก 23% ณ สิ้นปี 2551 เงินกองทุนของ UOBT อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคารไทย ธนาคารเพิ่งทำการเพิ่มทุนจำนวน 2.2 พันล้านบาทซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 20.37% เพื่อใช้สนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต และเป็นการจำกัดความเสี่ยงของการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้นในระยะยาว เนื่องจากการจำกัดการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นต่างชาติ UOBT ก่อตั้งในปี 2482 โดยใช้ชื่อธนาคารเอเชีย และ UOB ของสิงคโปร์ได้เข้าซื้อหุ้นของ UOBT ในปี 2547 UOBT เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของประเทศไทยโดยมีสาขา 147 สาขา และมีส่วนแบ่งการตลาด 2% ในระบบสินเชื่อและเงินฝากในประเทศไทย ธนาคารมีจุดแข็งทางด้านการปล่อยสินเชื่อในกลุ่ม SME และรายย่อย ปัจจุบัน UOB ถือหุ้น 99.66% ใน UOBT ติดต่อ นฤมล ชาญชนะวิวัฒน์, Vincent Milton, กรุงเทพฯ +662 655 4763/4759

ข่าวฟิทช์ เรทติ้งส์+ธนาคารยูไนเต็ดวันนี้

ฟิทช์จัดอันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินบาทของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่ 'AA-(tha)'

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long Term Rating) ที่ 'AA-(tha)' ให้แก่หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิที่เสนอออกสกุลเงินบาท วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.7 หมื่นล้านบาท ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC (อันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ BBB-/อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ AA-(tha)/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) หุ้นกู้ที่เสนอออกดังกล่าวเป็นภาระผูกพันโดยตรง ไม่มีหลักประกัน ไม่มีเงื่อนไข และไม่ด้อยสิทธิของ PTTGC โดยมีสถานะเทียบเท่ากับหนี้

MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2.85 - 4.00% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "MTC") ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 5 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering...

บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ เพิ่มการออกหุ้นกู้เป็น 8 พันล้านบาท; ไม่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิต

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าการเพิ่มมูลค่าการออกหุ้นกู้ที่จะทำการเสนอขายของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM (ซึ่งมีอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A(tha)' แนวโน้มเครดิตมี...

ฟิทช์ประกาศอันดับเครดิตหุ้นกู้ บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ที่ 'A(tha)'

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long Term Rating) สำหรับหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิชุดใหม่ มูลค่าไม่เกิน 5 พันล้านบาท ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ...

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เป็นลบ คงอันดับเครดิตที่ BBB-/AA(tha)

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev เป็นลบจากมีเสถียรภาพ คงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (International Long-Term Foreign-Currency...

ฟิทช์ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิต บมจ. เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ เป็น 'CCC+(tha)' และเพิกถอนอันดับเครดิต

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ FNS เป็น 'CCC+(tha)' จาก 'CCC-(tha)' ...