กรีนพีซมอบรางวัลแชมป์โลกร้อนให้แก่ผู้นำโลกที่ล้มเหลว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--22 ม.ค.--กรีนพีซ

นักกิจกรรมกรีนพีซกว่า 75 คนจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์จัดกิจกรรมรณรงค์หน้าสถานฑูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพฯ โดยมอบรางวัลแชมป์โลกร้อนเพื่อประจานผู้นำโลกที่ล้มเหลวในการประชุมโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นักกิจกรรมกรีนพีซมอบถ้วยรางวัลแชมป์โลกร้อนให้แก่นักกิจกรรมที่แต่งตัวล้อเลียนประธานาธิบดีโอบามาแห่งสหรัฐอเมริกา และมอบเหรียญแห่งความล้มเหลวให้แก่อันดับสอง นั่นคือ ประธานาธิบดีรัดด์ แห่งประเทศออสเตรเลียตามมาด้วยประธานาธิบดีฮาเพอร์ จากประเทศแคนาดา เพื่อจารึกความล้มเหลวจากการประชุมโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน ในคืนสุดท้ายของการประชุมเจรจาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยกร่างข้อตกลงโคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นเพียงคำประกาศทางการเมืองแต่ไม่ได้ถูกรับรองอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม “ข้อตกลงโคเปนเฮเกนไม่ได้เป็นข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายที่คนนับล้านทั่วโลกคาดหวังจากผู้นำโลก เนื่องจากเป็นเพียงคำประกาศทางการเมืองที่อ่อนมาก ในการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆเห็นความจำเป็นในการจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส” นายวอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “ข้อตกลงโคเปนเฮเกนยิ่งซ้ำเติมคนนับล้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุดต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” วัตถุประสงค์ในข้อตกลงได้ระบุว่า “จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส (1) อย่างไรก็ตามบันทึกลับของเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแสดงให้เห็นว่าพันธกรณีที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศต่างๆทั่วโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 องศาเซลเซียสเทียบกับระดับยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งสูงกว่าขีดจำกัดความปลอดภัยที่ระบุไว้ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย กรีนพีซเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 40 ภายในปี 2563 โดยเทียบจากปี 2533 และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดจะต้องช่วยกันจำกัดการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ในช่วงเวลาเดียวกัน “กรีนพีซเรียกร้องให้ทุกประเทศดำนินการเจรจาให้ได้ข้อตกลงที่เป็นธรรม สูงส่งและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายภายใต้กระบวนการของอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อที่จะยกร่างข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมสุดยอดครั้งหน้าที่เม็กซิโกในปลายปีนี้” นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “การทำงานเพื่อให้ได้ข้อตกลงดังกล่าวต้องเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นแล้วเม็กซิโกจะเสี่ยงต่อความล้มเหลวซ้ำสองเช่นเดียวกับที่โคเปนเฮเกน” ความมุ่งหวังของกรีนพีซ 1 รัฐบาลเห็นชอบในการดำเนินการพิธีสารเกียวโตในช่วงพันธะกรณีที่ 2 และยกร่างพิธีสารอีกอันหนึ่งเพื่อมาควบคุมการลดการปล่อยก๊าซของประเทศที่พัฒนาแล้ว และปฏิบัติการลดการปล่อยของประเทศกำลังพัฒนาในการประชุมภาคีสมาชิกครั้งที่ 16 (COP16) ซึ่งกำหนดเริ่มในเม็กซิโกในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 2 กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมมีพันธะกรณีที่จะลดการปล่อยก๊าซลงอย่างน้อยร้อยละ 40 ภายในปี 2563 โดยใช้ปี 2533 เป็นปีฐาน ซึ่งสามในสี่ส่วนต้องเป็นปฏิบัติการลดการปล่อยภายในประเทศ 3 ประเทศอุตสาหกรรมต้องจัดตั้งกองทุนที่พอเพียงและคาดการณ์ได้ อย่างน้อยที่สุด 140 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาดและกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซอื่นๆ การปกป้องป่าไม้และการปรับตัวในประเทศกำลังพัฒนา 4 ประเทศกำลังพัฒนาเข้าร่วมในปฏิบัติการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อที่จะทำให้การปล่อยก๊าซลดลงร้อยละ 15-30 เทียบกับระดับปกติ ภายในปี 2563 โดยที่การลดการปล่อยก๊าซนี้จะต้องเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวและไม่รับความช่วยเหลือจากภายนอก ส่วนปฏิการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลือมาจากการสนับสนุนจากประเทศอุตสาหกรรม 5 ทุกประเทศร่วมกันจัดตั้งกลไกความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อยุติการทำลายป่าและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดภายในปี 2563 และบรรลุการยุติการทำลายป่าอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2558 โดยเฉพาะในอเมซอน คองโก อินโดนีเซีย และปาปัวนิวกินี การลดการปล่อยดังกล่าวจะต้องเป็นส่วนเพิ่มเติมจากการลดการปล่อยในข้อที่ 2 ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 089-476-9977 วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร 089-487-0678 หมายเหตุ 1 ข้อตกลงโคเปนเฮเกน FCCC/CP/2009/L.9, 18 ธันวาคม 2552, ย่อหน้าที่ 2.

ข่าวประเทศออสเตรเลีย+ประชุมโลกร้อนวันนี้

BDMS Wellness Clinic จับมือ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ เดินหน้าขยายตลาดออสเตรเลีย ขับเคลื่อนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่ม High-Value เข้าสู่ไทย ด้วยบริการด้าน Dental และ Aesthetics ระดับสากล

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริโรจน์ภูเก็ต นำโดย นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ขยายบทบาทด้าน Wellness Tourism ไทยสู่ประเทศออสเตรเลีย ชูจุดแข็งด้านทันตกรรมความงามภายใต้มาตรฐานการแพทย์นานาชาติ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนตลาด High-Value Wellness Tourism ผ่านเวที Health Talk ณ

ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ... "นากาชิม่า" บิดรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแต้ม 2 เรซสนามแรกที่ ออสเตรเลีย — ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกระห...

แม้การแข่งขันเทนนิสระดับโลก Australian Op... Ralph Lauren : Melbourne Street Style with Becky Rebecca & Jimmy Jitaraphol — แม้การแข่งขันเทนนิสระดับโลก Australian Open 2026 ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศ...

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศแต่งตั้ง ริชาร์ด ... เดลล์ เทคโนโลยีส์ แต่งตั้ง ริชาร์ด แมคลาฟลิน เป็นประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน — เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศแต่งตั้ง ริชาร์ด แมคลาฟลิน (ริช) ขึ้น...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. ผนึกกำลัง Health 104 ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพ/ความงามของไทย สู่ตลาดออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถ...