แฟนต้ายุวทูตพร้อมพิสูจน์ศักยภาพเด็กไทยในยุค 2010

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์

“แฟนต้ายุวทูต” กลับมาอีกครั้ง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดยุวทูต ครั้งที่ 14 ประจำปี 2552-2553 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมทำสิ่งดีๆ เพื่อเรา...เพื่อโลก” โดย กลุ่มธุรกิจ โคคา - โคลา ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด, บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) ผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุนมาโดยตลอดตั้งแต่ต้น ล่าสุด ได้มีการประชุมกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดในรอบแรกที่จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งปีนี้ได้มีการยกระดับมาตรฐานของโครงการฯ ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ และสอดคล้อง ต่อการพัฒนาเยาวชนในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยทีมที่ชนะเลิศในแต่ละภาคจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, โล่เกียรติยศฯ และทุนการศึกษาคนละ 10,000 บาท พร้อมได้เดินทางไปทัศนศึกษา แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมกับเยาวชนจีน และมีโอกาสเข้าร่วมงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ผศ.เฉลิมพล ดาวเรือง ประธานกรรมการการตัดสินโครงการแฟนต้ายุวทูตแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน กล่าวว่า “แฟนต้ายุวทูตเป็นมากกว่าโครงการหรือการประกวดความสามารถ จริงๆ เปรียบเสมือนห้องเรียนประสบการณ์ ทำให้เด็กไทยเป็นเด็กทันสมัย ไม่ตกขอบโลก รู้จักคิดนอกกรอบแต่ไม่นอกลู่นอกทาง และเหล่าแฟนต้ายุวทูต 200 กว่าคน จาก 13 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเด็กไทยมีการพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลงที่ทันยุคทันสมัย ทั้งด้านความคิดและบุคลิกภาพตลอดจนการเข้าสังคม แฟนต้ายุวทูตมุ่งเน้นในการปลูกฝังและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องเก่งแต่ต้องเป็นคนดี รู้จักการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม มีสัมมาคารวะ และมีสามัญสำนึกที่ดี ปีนี้ทางโครงการจึงได้จัดประกวดขึ้นในหัวข้อ “ร่วมทำสิ่งดีๆ เพื่อเรา เพื่อโลก” ซึ่งครั้งนี้มุ่งหวังที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เป็นระดับชั้น ม.1 และ ม.2 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องการการยอมรับ ต้องการความมั่นใจ และต้องการพื้นที่ที่แสดงออก ปลดปล่อยพลังความสามารถ เนื่องจากเป็นช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่มีฮอร์โมนการเจริญเติบโตมาก เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย รวมไปถึงความคิด จิตใจ ตลอดจนอารมณ์” ผศ.เฉลิมพล ยังกล่าวอีกว่า “เรามีหลักการชัดเจน คือ มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมและการคัดเลือกเยาวชน ภายใต้ปรัชญา “แฟนต้ายุวทูตสร้างสรรค์เยาวชนไทย ก้าวไกลสู่สากล” คณะแฟนต้ายุวทูตต้องมีพื้นฐานอยู่บนกระบวนการส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน และมีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ของพลเมืองไทยที่มีคุณภาพในอนาคต 5 ด้าน คือการสร้างสัมพันธภาพ (Relationship), การมีสามัญสำนึก (Common Sense), การสร้างผลิตภาพ (Productivity), การทำงานเป็นทีม (Teamwork) และท้ายสุดการแก้ไขปัญหา (Problem Solving) โดยกระบวนการคัดเลือกและตัดสินคณะกรรมการจะใช้เกณฑ์การพิจารณาซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการ ทฤษฎีการเรียนรู้และการทำงานของสมอง ทฤษฎีพหุปัญญา ทฤษฎีอนาคตนิยม และทฤษฎีต่างๆ ทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ของวัยรุ่นตอนต้นซึ่งเป็นช่วงที่ยากที่สุด โดยไม่ทิ้งจุดยืนของแฟนต้ายุวทูตที่มุ่งเน้นในการปลูกฝังและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อค้นพบตนเองและเติบโตเป็นพลเมืองที่เก่ง ดีและมีความสุขต่อไป” ด้านกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ดร.เจริญศรี ท่วมสุข ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน และปลุกปั้นแฟนต้ายุวทูตมาหลายต่อหลายรุ่น กล่าวว่า “25 ปีของแฟนต้ายุวทูต เหมือนวัยเบญจเพสที่มีสิ่งทีดีๆ มากมาย เราได้ฟูมฟักและให้ความอบอุ่นเด็กๆ ให้เขามีจริยธรรม มีศีลธรรม รู้จักกาลเทศะ นอกจากสติปัญญา และพัฒนาการทางอารมณ์ และแม้ว่าโลกปัจจุบันจะผันแปรไปตามเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่โครงการก็ยังอยู่ ยังมีเป้าหมายและมีความมุ่งมั่นที่ดีต่อสังคม ไม่ได้วิ่งไปตามกระแส สำหรับปีนี้ ที่มีหลายทีมส่งเข้าประกวดและส่วนมากจะเน้นโครงการเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น เชื่อว่าเมื่อได้ผ่านกระบวนการของโครงการแล้ว เด็กๆ เหล่านั้น เขาจะไม่ได้มองแค่ต้นไม้ สายน้ำ หรืออากาศ แต่จะมองรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมระหว่างคนกับคน สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา จิตใจของคนรอบข้างด้วย เขาจะมีมุมมองที่กว้างขึ้น และรักคนอื่นมากขึ้น แม้ว่าทุกวันนี้ปัญหาเด็กไทยจะรุนแรง ประสบปัญหาคิดเองไม่เป็น ทุกอย่างถูกป้อนข้อมูล ถูกบอก ถูกสั่งให้ทำ ให้กด ให้เลือกตรงนั้นตรงนี้ รวมไปถึงทัศนคติที่คิดว่าต้องได้คะแนนสูงสุด ต้องเก่งที่สุด ต้องมากที่สุด คือความถูกต้อง ความดี จะได้รับการยอมรับจากกลุ่ม แต่จริงๆ แล้วการเป็นผู้ให้และผู้รับด้วยปรารถนาดีต่างหากที่ถูกต้อง ที่ต้องปลูกฝัง ไม่ให้ยึดติดกับการชนะและมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ถามว่าหนักใจหรือไม่กับการเป็นกรรมการ บอกเลยว่าสนุกมีความสุขและภูมิใจที่เราได้รับการไว้วางใจจากพ่อแม่และครูอาจารย์ พ่อแม่ไว้ใจครูอาจารย์จึงนำลูกมาเรียนที่โรงเรียน และโรงเรียนไว้ใจเราที่จะให้ลูกศิษย์มาทำกิจกรรมกับเรา เชื่อว่าเยาวชนที่ได้เป็นแฟนต้ายุวทูตจะมีความสุข และมองเห็นความสุขของผู้อื่นแล้วชื่นชม เสียสละ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี” สำหรับทีมที่จะเข้ารอบแรกมีจำนวนทั้งสิ้น 201 ทีม ซึ่งจะต้องเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมในรอบแรกดังนี้ ส่วนกรุงเทพฯ 16 มกราคม ณ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, ภาคกลาง 17 มกราคม ณ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 มกราคม ณ เดอะมอลล์ โคราช, ภาคเหนือ 30 มกราคม ณ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, ภาคตะวันออก 6 กุมภาพันธ์ ณ เซ็นทรัล พลาซ่า ชลบุรี และภาคใต้ 13 กุมภาพันธ์ ณ โอเดียน ช้อปปิ้งมอลล์ หาดใหญ่ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2984-2745 และ 0-2984-7242 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300, 0-2434-8547 คุณสุจินดา, คุณแสงนภา, คุณปิติยา สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวไทยน้ำทิพย์+กลุ่มธุรกิจวันนี้

เปิดรับสมัคร! Coke(R) Cup U17 Thailand Football Championship 2026 ทั่วประเทศ แบ่ง 6 โซน ชิงเงินรางวัลกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมโอกาสก้าวสู่ระดับโลก

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดรับสมัครทีมฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี จากทั่วประเทศ เข้าร่วม Coke(R) Cup U17 Thailand Football Championship 2026 ในรูปแบบน็อกเอ๊าท์จำนวน 192 ทีม จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อลงสนามฟาดแข้งชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมโอกาสคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในการ