รมช. ศธ. เผยรัฐบาลไฟเขียวปรับกลยุทธ์ทุนพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--21 มี.ค.--สสวท.

นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ระยะหลังมีผู้สนใจเข้ารับทุนวิทยาศาสตร์ ลดลง และขาดแรงจูงใจในการเลือกอาชีพเป็นนักวิจัย ทำให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรที่สนใจเรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการกำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศสูงขึ้น ตนจึงได้ผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการปรับแผนการดำเนินงาน โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ซึ่งผ่านการอนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ประกอบด้วย 1. การปรับมูลค่าทุนการศึกษาในประเทศ ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และอนุมัติในหลักการให้ปรับมูลค่าทุนการศึกษา ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้โดยอัตโนมัติ กรณีที่สำนักงาน ก.พ. ปรับบัญชีโครงสร้างเงินเดือนใหม่ 2. การปรับค่าใช้จ่ายสนับสนุนการจัดการศึกษานักเรียนทุน พสวท. ในประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัย การจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อใช้สำหรับโครงงานวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์โรงเรียน ค่าใช้จ่ายสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับบัณฑิต พสวท. แรกบรรจุ 3. การปรับจำนวนทุนการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เป็น 180 ทุน เพื่อให้การสร้างกำลังคนในอนาคตของชาติ (ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์) ที่มีคุณภาพสูงและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และลดปัญหาการขาดแคลนกำลังคนฯ คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาจากปีละ 130 ทุน เป็น ปีละ 180 ทุน โดยจัดสรรเป็นทุนการศึกษาในประเทศ 135 ทุน และทุนการศึกษาต่างประเทศ 45 ทุน 4. อนุมัติการเพิ่มจำนวนศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัย เป็น 20 ศูนย์ อนุมัติการปรับเพิ่มจำนวนศูนย์โรงเรียนจาก 7 ศูนย์ เป็น 10 ศูนย์ และเพิ่มศูนย์มหาวิทยาลัยจาก 7 ศูนย์ เป็น 10 ศูนย์ รวมเป็น 20 เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนไทยให้ทั่วถึงในภูมิภาคต่างๆ และเพื่อช่วยให้ผู้รับทุน พสวท. ไม่ต้องจากบิดามารดาและผู้ปกครองไปศึกษาในสถานศึกษาที่อยู่ไกลจากภูมิลำเนาเดิม ศูนย์ฯ ที่เพิ่มขึ้นจะกระจายอยู่ในภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ภาคละ 1 ศูนย์ นอกจากนั้น ยังได้มีการปรับกลยุทธ์ทุนผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนเองได้ผลักดันให้ ครม อนุมัติการปรับแผนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2555 – 2560) โดยทุนการศึกษายังคงมีเท่าเดิม ปีละ 580 ทุน แต่ปรับเปลี่ยนทุนแบ่งออกเป็น 2ประเภท ได้แก่ ทุนประเภทที่ 1 Premium จำนวนปีละ 400 ทุน เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโททางการศึกษาหรือหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ที่มุ่งเน้นการสร้างครูเพื่อสอนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และวิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นลำดับแรก ทุนประเภทที่ 2 Super Premium จำนวนปีละ 180 ทุน เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโททางการศึกษาหรือหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ที่มุ่งเน้นการสร้างครูสอนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และวิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ “การปรับรูปแบบของโครงการ สควค. นอกจากปรับเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์การได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภาแล้ว ยังคำนึงถึงความต้องการของโรงเรียน โดยเฉพาะสังกัด สพฐ. ที่เปิดสอนห้องเรียนพิเศษทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก นอกจากนั้น สพฐ. ยังได้จัดให้มีกลุ่มโรงเรียนมาตรฐานสากล และกลุ่มโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอน (EP Program) เพิ่มขึ้น ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในกลุ่มโรงเรียนเหล่านี้ นอกจากต้องมีพื้นฐานทางวิชาการดีเยี่ยม มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอน และมีความเป็นครูดีเยี่ยมแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย โดยปรับรูปแบบการผลิตครูจากเดิม เป็น การให้ทุนการศึกษาแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ (วท.บ.) เพื่อศึกษาต่อหลักสูตรระดับปริญญาโททางการศึกษาตามเกณฑ์ของ สกอ. และจะได้ใบประกอบวิชาชีพครูตามเกณฑ์ของคุรุสภาโดยอัตโนมัติ” รมช. ไชยยศ กล่าว

ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี+กระทรวงศึกษาธิการวันนี้

วว. ผนึกกำลังบริษัทโฮปฟูล ต่อยอดงานวิจัย มุ่งพัฒนานวัตกรรมโภชนาการ 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ - เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย - สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลัง บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful Co., Ltd.) ผู้นำด้านนวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน 4 ฉบับ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน โรคมะเร็ง โรคไต และโรคสมองเสื่อม เพื่อสร้างทางเลือกใหม่

บนเวทีประชุมวิชาการ วทร. ครั้งที่ 25 ขับเ... สพฐ. - สสวท. เชิดชู 40 ต้นแบบระดับชาติ! มอบรางวัล CODING Achievement Awards 2569 — บนเวทีประชุมวิชาการ วทร. ครั้งที่ 25 ขับเคลื่อน Coding และ AI สู่การศึก...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. หารือ "ปุ๋ยสั่งตัด" กับ OCP สิงคโปร์ ลดต้นทุนเกษตรกร-ฟื้นฟูดินยั่งยืน — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบร...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. หารือ "ปุ๋ยสั่งตัด" กับ OCP สิงคโปร์ ลดต้นทุนเกษตรกร-ฟื้นฟูดินยั่งยืน — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบร...

สู่ Green STEM Education เพื่ออนาคตที่ยั่... สสวท. ชวนเปิดโลกการเรียนรู้ครั้งสำคัญของการศึกษาไทย ในงาน วทร.25 กว่า 100 หัวข้ออบรม — สู่ Green STEM Education เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สถาบันส่งเสริมการสอนว...

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย... STeP จับมือพันธมิตร มช. ลงนาม MOA จัดตั้งหน่วยประเมินความปลอดภัยอาหารนวัตกรรม IFAC — อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมลงนามบั...