บลจ.แอสเซท พลัส เปิดตัว กองทุน ASP-AIF2 กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High yield bond) เสนอขาย 17-18 ก.ค. นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--11 ก.ค.--บลจ.แอสเซท พลัส

บลจ.แอสเซท พลัส เปิดตัว กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอไอตราสารหนี้ 2 (ASP-AIF2) กองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ไทย เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High yield bond) รอบการลงทุนนี้ อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.50% ต่อปี* เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. นี้ นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ประกาศหลักเกณฑ์อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการ (บลจ.) สามารถจัดตั้งกองทุนรวมรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ กองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (Accredited Investors: AI) หรือกองทุน High yield bond (กองทุน AI) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบในการลงทุนในตราสารต่าง ๆ โดยเฉพาะตราสารหนี้ โดยกองทุน AI สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High yield bond) ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade bond) หรือ จะลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) ได้ทั้งกองทุน 100% ทำให้บริษัทฯ สามารถเลือกสรรตราสารต่าง ๆ ในตลาดที่ออกโดยบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดี และเสนอผลตอบแทนสูง แต่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) ต่ำกว่าหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนรวมแบบทั่วไปได้ หรือเป็นตราสารที่ไม่มี Credit rating ได้ ดังนั้น กองทุน AI จึงถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่สามารถเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้กับผู้ลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเช่นนี้ และเหมาะกับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (Accredited Investor) ที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุน และที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน ในตราสารหนี้ และสามารถรับความเสี่ยงหากกองทุนลงทุนในตราสารหนี้ Non-investment grade และUnrated securities ได้ นางลดาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอไอตราสารหนี้ 2 (ASP-AIF2) ซึ่งเป็นกองทุนรวม AI ที่กําหนดการเป?ดซื้อขายเป?นรอบระยะเวลา (Roll-over) มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และเงินฝากในประเทศ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(NAV) และในส่วนของการลงทุนต่างประเทศ บริษัทฯ จะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน กองทุนอาจลงทุนใน High yield bond หรือตราสาร Non-investment grade และ/หรือ Unrated Securities แต่กองทุนจะไม่ลงทุนใน Structured Notes สำหรับรอบการลงทุนนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทยระดับ Non-investment grade อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.50% ต่อปี* และจะเสนอขายระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. นี้ โดยกองทุนกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุนที่ 50,000 บาท กองทุน ASP-AIF2 เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย ซึ่งตามประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต. แบ่งประเภทผู้ลงทุนเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนสถาบัน อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้แก่ นิติบุคคล ที่มีคุณสมบัติ เช่น ส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเงินทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป และบุคคลธรรมดา ซึ่งนับรวมกับคู่สมรสแล้วที่มีลักษณะ เช่น มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ไม่นับรวมบ้านหรือที่พักอาศัยประจำ หรือ ต้องมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเงินทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือน ก.ค. บริษัทฯ ได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอไอตราสารหนี้ 1 (ASP-AIF1) ซึ่งเป็นกองทุนรวม AI กองทุนแรกของบริษัทฯ ที่เสนอขาย ซึ่งกองทุนได้รับความสนใจและการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างที่ดี สามารถระดมทุนได้ 679.74 ล้านบาท ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขายกองทุน ASP-AIF2 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่อทันที-กภ-

ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์+บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ "การแบ่งชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม" มีผลใช้บังคับ 16 มกราคม 2569

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแบ่งชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (share class) ให้มีความชัดเจน เหมาะสมกับบริบทของตลาดทุนไทยและเป็นไปตามหลักการสากลยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและบริหารกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีกทั้ง ผู้ลงทุนได้รับการคิดค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสมตามshare class ที่เลือกลงทุน โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อหลักการ

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ "กองทุนรวม SRI" ยกระดับความโปร่งใส สู่มาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวม SRI* (Sustainable and Responsible Investing...

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดห... ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข...

ก.ล.ต. มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์ Travel Rule เพื่อยกระดับระบบการบริหารความเสี่ยงด้านฟอกเงินและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) ...

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนใน "หุ้นของบริษัทที่เข้าโครงการ JUMP+" ได้ เริ่ม 1 มี.ค. 69

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) เพิ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วม...

LINE Thailand จับมือ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิ... LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา — LINE Thailand จับมือ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ...