นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจนับเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจในประเทศแถบเอเชียมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรุดหน้า โดยเฉพาะจีน และอินเดีย ดังนั้น การกระชับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนเพื่อรักษาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้น จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะทำให้เกิดตลาดในภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ หากมีการขยายความร่วมมือการค้าเสรีกับคู่ค้าสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 3,000 ล้านคน จึงนับเป็นโอกาสทางการตลาดอันมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทย ซึ่งหากมองในภาพรวม การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะช่วยให้ประเทศสมาชิกมีความเป็นปึกแผ่นและช่วยสร้างอำนาจการต่อรองในเวทีการค้าต่าง ๆ ได้มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ SMEs ก็ต้องปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่หลากหลายและแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ทั้งในด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน และการแสวงหาโอกาสจากสิทธิพิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะ ประเทศกลุ่ม CLMV ที่สำคัญต้องศึกษาแนวโน้มความต้องการของตลาดอาเซียน ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งวัตถุดิบและแรงงานที่ถูกกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ต้องเรียนรู้วิธีที่จะรักษาทรัพยากรบุคคลเพื่อป้องกันการถูกแย่งชิงแรงงานที่มีฝีมือ
นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงอยู่ของเสถียรภาพของประเทศแล้ว ความมีธรรมาภิบาล ก็มีความสำคัญไม้แพ้กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องเร่งแข่งขันกันเพื่อประกอบการ ให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งเป็นการประกอบการที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมนั้น ๆ สามารถดำรงอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างราบรื่น เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วย เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สู่การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าเตรียมรับมือกับ AEC ได้อย่างสร้างสรรค์ และยั่งยืน
นางอรรชกา กล่าวต่อว่า ภาคอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถทำรายได้ให้ประเทศกว่า 2.04 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28.82 ของมูลค่าส่งออกรวมของประเทศ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งข้อดีของ SMEs คือ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้คล่องตัว แต่ถึงกระนั้นในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนตลอดเวลา ประกอบกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัว เสริมความแข็งแกร่งให้ตนเอง เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน การพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรม และกระบวนการจัดการในระบบการผลิตเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจในการเสริมสร้างสมรรถนะด้านต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเรือน กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาบุคคลากรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ AEC ในหลักสูตร “พิซซ่า โมเดล” โมเดล ความอยู่รอดอุตสาหกรรม SMEs ในยุควิกฤต ระดมสมองยักษ์ใหญ่สร้างโมเดลปฏิรูปอุตสาหกรรม SMEs เพื่อการอยู่รอดอย่างสร้างสรรค์รับมือ AEC และการค้าชายแดน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาให้ผู้ปะกอบการ SMEs สามารถดำเนินการค้าในเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย 6 โมเดล ได้แก่
1. การพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niches Development)
2. กรอบความคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Mindset)
3. การบริหารการเงินอย่างชาญฉลาด (Financially Guru Smart)
4 กลยุทธ์เครือข่ายธุรกิจ (Network Strategy)
5. การสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Opportunity)
6. กรอบความคิดที่ถูกต้อง (Right Mindset)
ด้าน นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ นายกสมาคมธุรกิจไม้ กล่าวว่า จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปี 2555 ประกอบกับวิกฤตการเมืองในประเทศ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมนำเข้าและอุตสาหกรรมเพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ SMEs ของไทย ทำให้ยอดขายทั้งปีเฉลี่ยลดลงร้อยละ 15-20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีการชะลอตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะ SMEs ของอุตสาหกรรมไม้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภาคการส่งออกอาจทรงตัวหรือขยายตัวลดลงไปจนถึงกลางปีนี้เลยทีเดียว ซึ่งปัญหาใหญ่ของ SMEs อุตสาหกรรมไม้ นอกจากจะมีแนวโน้มทรงตัวและลดลงแล้ว ต้นทุนการผลิตยังสูงขึ้น ซึ่งธุรกิจ SMEs ส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและรายย่อยซึ่งขาดอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์กลางน้ำและต้นน้ำ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สินค้าราคาแพงมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศลดลง ขณะเดียวกันลูกค้าต่างประเทศก็ไม่มั่นใจในเสถียรภาพของกิจการ จึงทำให้กำลังซื้อหยุดชะงัก ส่งผลต่อเนื่องสู่ปัญหาการขาดสภาพคล่อง เกิดเป็นภาวะหนี้สะสม ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมไม้ ดังนั้น ภาครัฐจึงมีส่วนสำคัญในการออกมาตรการด้านการเงินแก่กลุ่ม SMEs เพื่อช่วยสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ย่างแท้จริง อาทิ ปรับกฎระเบียบของธนาคารให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น จัดโครงการต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ตลอดจนการสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนต่างชาติ เช่นเดียวกับที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมสัมมนา “พิซซ่า โมเดล” ในครั้งนี้ ที่ภาครัฐและเอกชนเห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต จึงต้องมาร่วมกันหาทางออกและขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของ SMEs ของไทย เพื่อการการพัฒนาอุตสาหกรรม SMEs ไทยอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม กสอ. ได้จัดงานปาฐกาถาพิเศษพร้อมเวทีระดมความคิดหาทางออกวิกฤตเศรษฐกิจจากผู้ประกอบการไทย ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้อง Meeting room 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ เข้าร่วมจำนวนมาก สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2202 4414 – 18 หรือเข้าไปที่ http://www.dip.go.th
"ธนกร" ประกาศ "พักหนี้-ดีพร้อม" ยกต้น : ยกดอก อัตโนมัติ 4 เดือน ช่วยลูกหนี้ SME น้ำท่วมภาคใต้ เร่งเพิ่มสภาพคล่องผ่านสินเชื่อ "เงินง่าย ฟื้นใต้ ช่วยภัยพิบัติ" ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน
"พลอยลภัสร์" เปิดตัวภาพยนตร์ "สำรับ สลับศตวรรษ My Century" ผนึกพลังสร้างสรรค์ ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทย ผ่านภาพยนตร์ก้าวไกลสู่เวทีสากล
"ดีพร้อม" โชว์ความสำเร็จสร้าง Hidden Gems ยกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนฯ ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทย รังสรรค์ 93 เมนู เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาท
เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ประเทศไทย และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปี
กระทรวงอุตฯ ชูผลสำเร็จ 1 ทศวรรษ "Angel Fund" ดีพร้อม-เดลต้า ปั้น "ผู้ประกอบการอัจฉริยะ" 237 ราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจทะลุ 1,000 ล้านบาท พร้อมรุก 3 กลยุทธ์ใหม่ ดันดีพเทคดาวรุ่งสู่ตลาดอุตสาหกรรม
"ธนกร" สั่งการ "ดีพร้อม" Quick Big Win อัดฉีดสินเชื่อ "เงินไว by DIPROM" ดอกเบี้ย 50 สตางค์ กระตุ้นสั้น โค้งสุดท้ายปลายปี ดีมานด์พุ่ง!! 30%
"ดีพร้อม" ปลุกพลังสร้างสุข ดัน SMEs เข้าร่วมกิจกรรม เลิกเหล้า-บุหรี่ ออมเงิน ได้ผลกว่า 17 ล้าน ขึ้นแท่น วิสาหกิจต้นแบบ SHAP ประจำปี 2567
"ดีพร้อม" เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยสายแฟชั่น ดึงซอฟต์พาวเวอร์ เสริมอัตลักษณ์ รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมชี้ 3 เทรนด์ที่ต้องเร่งปรับตัวตาม
ดีพร้อมจัดใหญ่ 'มหกรรมดีพร้อมเสน่ห์ไทย: Thai Vibe by DIPROM' โชว์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารและแฟชั่นไทย สร้างอนาคตใหม่ให้ SMEs คาดดึงคน 30,000 รายเข้างาน กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท