เอ็นไวโรเซล ไทยแลนด์ เผยโผหลังทำประชาพิจารณ์ “ทางออกประเทศไทย” สำรวจประชาชนทั่วไทย ตอบโจทย์ทางออกแบบไหนเมืองไทยสงบสุข

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา และ พฤติกรรมผู้บริโภค เปิดเผยตัวเลข และความเห็นทางการเมืองของประชาชนทั่วทุกภาค ผลปรากฏคนไทยอยากเห็นการปฏิรูปการเมืองไทย เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เน้นเจรจา
          เนื่องด้วยความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่มีหน่วยงานกลางใดจัดทำประชาพิจารณ์ความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศโดยมีความเป็นกลางและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพื่อร่วมหาทางออกของประเทศ โดยอ้างอิงจากเสียงของประชาชน ทางเอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จึงได้จัดทำประชาพิจารณ์เรื่องทางออกของประเทศไทย โดยสุ่มตัวอย่าง 1000 คน ในประชากรชาย หญิง ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยวิธีสุ่มจากหมายเลขโทรศัพท์ของประชาชนทุกภาคทั่วประเทศโดยไม่จำกัดความคิดเห็นจากฝ่ายใดเพียงฝ่ายหนึ่ง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างมีการกระจายตามสัดส่วนประชากรโดยหลักการทางสถิติ ด้วยความมั่นใจ 95% ความผิดพลาดจากการสุ่มตัวอย่าง +/- 3%
          ช่วงเวลาของการทำวิจัย คือ วันที่ 1-4 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยกระจายกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนประชากรทุกภาค ได้แก่ กรุงเทพ 14%, กลางและตะวันออก 20%, อีสาน 34%, เหนือ 18%, ใต้ 14% และกระจายกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนรายได้ ค่อนข้างสูง (upper) 18%, ปานกลาง (middle) 38% และ ค่อนข้างน้อย lower 44%
          ผลการวิจัย สำหรับทิศทางที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น พบว่า
          63% ต้องการปฏิรูปประเทศ โดยมีรายละเอียดย่อยดังนี้
           27% มองว่ารัฐบาลควรคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบรายละเอียด (เสียงส่วนใหญ่มาจากคนกรุงเทพ และคนใต้)
           23% อยากให้รัฐบาลลาออก (โดย11%ให้รัฐบาลลาออกไปแล้วและยังมีกฎหมายห้ามรัฐบาลชุดนี้กลับมาลงเล่นการเมืองอีกต่อไป)
           13% มองว่ารัฐบาลควรยุบสภา
          24% อยากให้ประนีนอมและตกลงเจรจากันก่อน เห็นได้ชัดในภาคอีสาน
          14% คาดหวังว่ารัฐบาลควรอยู่ต่อจนครบวาระ เห็นได้ชัดในภาคเหนือ
          ส่วนความคิดเห็นเรื่องทางออกของประเทศไทย ณ ตอนนี้ที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่สถานการณ์ปกติได้ ผลปรากฏว่า
          42% เห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทางออก โดยมีรายละเอียดย่อยดังนี้
           22% เห็นสมควรว่าประเทศไทยควรได้รับพระราชทานนายกรัฐมนตรีจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประเทศดำเนินการต่อไปได้ โดยมีรายละเอียดย่อยดังนี้ (11% อยากให้มีการคืนอำนาจสู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวชั่วคราว จนกว่าการปฏิรูปประเทศจะเป็นที่เรียบร้อย 11% ใช้มาตรา 7 โดยเฉพาะ คนกรุงเทพ และใต้)
           10% ให้มีการปฏิรูปประเทศโดยการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว
           5% ล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดไป
           4% ให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนตามคำแนะนำของกลุ่มคณะกรรมการประชาชน
          41% เห็นว่าสมควรเลือกตั้งใหม่ โดยมีรายละเอียดย่อยดังนี้
           26% อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะชาวอีสาน
           15% มีข้อแม้ว่าการเลือกตั้งใหม่ ควรงดสิทธิ์การลงสมัครเลือกตั้งของทั้งสองพรรคที่เป็นทั้งรัฐบาลและแกนนำประชาชนนี้ด้วย
          18% มองว่ารัฐบาลควรบริหารประเทศต่อไปจนครบวาระ โดยเฉพาะคนเหนือ
          นอกจากนี้ ความคิดเห็นต่อข้อเรียกร้องจากกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เกี่ยวกับระบอบทักษิณให้ออกจากประเทศไทย
          63% เห็นด้วยกับ กปปส. โดยส่วนใหญ่เป็นชาวกรุงเทพ และชาวใต้ ผู้มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง
          37% ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่เป็นชาวเหนือ และอีสานผู้มีรายได้น้อย และสุดท้าย ผู้บริหารคนต่อไปใน
          ความคิดเห็นของประชาชน
          33% เห็นว่า ผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปควรได้รับพระราขทานการแต่งตั้งมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          9% เป็นนักธุรกิจที่มีประวัติใสสะอาด มีความสามารถและไม่ได้ลงเล่นการเมืองมาก่อน
          3% คุณทักษิณ โดยชาวเหนือและอีสาน
          นอกนั้นเป็นเสียงที่กระจัดกระจายโดยเสนอรายชื่อจากบุคคลที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น นายอานันต์ ปัญญารชุน, นักวิชาการด้านการเมืองการปกครอง เป็นต้น
          ไม่ว่ารูปแบบทางการเมืองในปัจจุบัน หรืออนาคตจะเป็นเช่นไร แต่รูปแบบการทำประชาพิจารณ์ เพื่อหยั่งความคิดเห็นของประชาชน และเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชนนั้น อาจเป็นอีกหนึ่งในโมเดลการปฏิรูปการเมืองเพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด และเติมเต็มให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น


ข่าวบริษัท เอ็น+เอ็นไวโรเซลวันนี้

สายดำน้ำห้ามพลาด! TDEX จับมือ Digitalay ชวนส่งผลงานเข้าประกวดภาพถ่ายและวิดีโอใต้น้ำ ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท

นับเป็นก้าวสำคัญของวงการถ่ายภาพใต้น้ำ เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการดำน้ำอย่าง Thailand Dive Expo (TDEX) ที่จัดโดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประกาศจับมือร่วมกับ Digitalay เพจคนรักทะเล จัดการประกวดภาพถ่ายและวิดีโอใต้น้ำประจำปี 2026 ที่ยิ่งใหญ่และเข้มข้นกว่าที่เคย การร่วมงานกันในครั้งนี้เพื่อเฟ้นหาสุดยอดช่างภาพที่สามารถถ่ายทอดความมหัศจรรย์ของโลกสีครามออกมาได้อย่างทรงพลังสะกดทุกสายตา พร้อมผลักดันจรรยาบรรณในการถ่ายภาพที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติอย่างยั่งยืน สำหรับการประกวด

บมจ.เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ (NL) พร้อมลุย เ... NL ตุน Backlog รับงานก่อสร้าง โครงการใหม่ ปรับปรุงอาคาร สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย — บมจ.เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ (NL) พร้อมลุย เดินหน้าธุรกิจก่อสร้...

นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ ทุ่มงบถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัท ทีซีเอส โลจิสติกส์ (เอกชน) จำกัด ของปากีสถาน

นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์ นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์ (NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.) ประกาศว่า บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยในบริษัท ทีซีเอส โลจิสติกส์ (เอกชน) จำกัด หรือ TCS Logistics...

บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) (N... เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 ปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 — บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) (NSL) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเ...

บริษัท เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน... NL ร่วมส่งความสุขและสนับสนุนกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 — บริษัท เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ NL ร่วมส่งความสุขและสนับสนุนกิจกรรมวันเด็...

ก.ล.ต. ขยายเวลานำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขให้ NRF

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลานำส่งงบการเงินงวดไตรมาส 1 และงวดไตรมาส 2 ปี 2568 ฉบับแก้ไข ให้บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) (NRF) ซึ่งครบกำหนดนำส่งในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เป็นภายในวันที่ 26...