เปิดผลศึกษาก๊าซเรือนกระจกจากข้าวลุ่มน้ำปากพนัง สศข.8 แนะ คัดเลือกพันธุ์ดีลดผลกระทบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 ชูผลศึกษาภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เผย การผลิตข้าว 1 กิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.27 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยก๊าซมีเทนในนาข้าวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แนะพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ไม่ต้องปลูกในระบบนํ้าท่วมขังเพื่อลดค่ามีเทนที่ส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
          นายชาญชัย ศศิธร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 สุราษฎร์ธานี (สศข.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าวในลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและให้ข้อเสนอแนะแนวทางจัดการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าว โดยการสัมภาษณ์เกษตรกรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 165 ราย 
          ผลจากศึกษา พบว่า การผลิตข้าว 1 กิโลกรัม ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.27 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2eq) ซึ่งเกิดจากจากการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าวมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นประมาณร้อยละ 62 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด รองลงมาเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ส่วนในขั้นตอนการใช้ปุ๋ยเคมี คิดเป็นร้อยละ 12 สำหรับขั้นตอนการผลิตปุ๋ยเคมี คิดเป็นร้อยละ 10 นอกจากนี้ ยังเกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตอื่นๆ ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ และสารต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 8 จากการใช้เชื้อเพลิง คิดเป็นร้อยละ 5 จากการเผาฟางข้าว คิดเป็นร้อยละ 4 และจากการขนส่งปัจจัยการผลิตคิดเป็น ร้อยละ 0.22 
          อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาครั้งนี้ พบข้อเสนอแนะว่า ควรพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ไม่ต้องปลูกในระบบน้ำท่วมขัง เพื่อลดค่ามีเทนลง หรือปล่อยน้ำออกจากนาข้าวในช่วงก่อนข้าวออกรวง ควบคุมปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และควรนำฟางข้าวออกจากนาข้าวให้เหลือแต่ตอซัง นอกจากนี้ หน่วยงานวิชาการด้านเกษตรควรสร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดวิธีการปฏิบัติที่ดีที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนในการปลูกข้าว และควรมีการสนับสนุนให้เกษตรกรตระหนักและเข้าใจถึงภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อ ภาคเกษตรต่อไป ทั้งนี้ ท่านที่สนใจผลการศึกษา สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรเขต 8 สุราษฎร์ธานี โทร. 077-311373 ในวันและเวลาราชการ

ข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร+ก๊าซเรือนกระจกจากข้าววันนี้

สศก. วิเคราะห์โอกาส "กล้วยหอมทองโคราช" สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro-Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด "กล้วยหอมทอง" ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568

ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1... สศก. ชูโมเดล "ไร่เตียวิเศษ" เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste — ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถี...

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเ... ของดีเมืองสงขลา 'ส้มโอหอมควนลัง' GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. - พ.ย. นี้ — นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9...

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักง... สศท.5 หนุน 'ผำ' อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง — นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชส...