สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ถั่วเหลือง ปี 2568/69 พื้นที่ 6 จังหวัด ภาคเหนือ แนะเกษตรกรดูแลรักษาแปลง เฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตถั่วเหลือง ปีเพาะปลูก 2568/69 ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน จากข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า พื้นที่เพาะปลูกรวม 15,020 ไร่ ลดลงร้อยละ 6.11 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากประสบปัญหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี มีปริมาณจำกัดและราคาสูงต้นทุนแรงงานเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงความเสียหายของผลผลิตในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยและปริมาณน้ำเพียงพอ ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 256 เป็น 264 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.96 ขณะที่ผลผลิตรวมทั้ง 6 จังหวัดอยู่ที่ 4,241 ตัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 1.74 โดยเกษตรกรนิยมปลูกถั่วเหลืองรุ่นที่ 2 (ฤดูแล้ง) มากที่สุด จะปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายน -มกราคมของปีถัดไป และทยอยเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 เก็บเกี่ยวในเดือนมีนาคม - เมษายน ซึ่งจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ น่าน สุโขทัย และตาก

สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ถั่วเหลือง ปี 2568/69 พื้นที่ 6 จังหวัด ภาคเหนือ แนะเกษตรกรดูแลรักษาแปลง เฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด

เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า น่าน มีพื้นที่ปลูก 4,016 ไร่ ผลผลิต 1,210 ตัน สุโขทัย พื้นที่ปลูก 4,000 ไร่ ผลผลิต 1,064 ตัน ตาก พื้นที่ปลูก 3,406 ไร่ ผลผลิต 1,030 ตัน แพร่ มีพื้นที่ปลูก 1,551 ไร่ ผลผลิต 417 ตัน อุตรดิตถ์ มีพื้นที่ปลูก 1,402 ไร่ ผลผลิต 364 ตัน และพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูก 650 ไร่ ผลผลิต 156 ตัน ตามลำดับ ด้านราคาจำหน่าย ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ถั่วเหลืองเกรดคละมีราคาเฉลี่ย 18.97 บาท/กิโลกรัม ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 71 จำหน่ายให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ อีกร้อยละ 27 จำหน่ายให้พ่อค้ารวบรวมเพื่อนำไปยังโรงงานสกัดน้ำมันและโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร และร้อยละ 2 เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับฤดูกาลต่อไปสำหรับสถานการณ์ในระดับประเทศ ปี 2567 (ข้อมูลจากสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญและแนวโน้มปี 2568 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2568) มีการนำเข้าถั่วเหลืองจำนวน 3.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.55 จากปี 2566 เพื่อรองรับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมสกัดน้ำมัน อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และการแปรรูปอาหาร ขณะที่การส่งออกมีการส่งออกเพียง 280 ตัน ลดลงจาก 299 ตัน ในปี 2566 ร้อยละ 6.35 เนื่องจากผลผลิตมีน้อย และไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการผลิตถั่วเหลืองในปี 2568-2569 โดยมุ่งขยายพื้นที่เพาะปลูกในเขตที่มีศักยภาพ ส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองหลังฤดูทำนา และพัฒนาระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ผ่านการเพิ่มกำลังการผลิตของกรมการข้าวและกรมวิชาการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกษตรกรใช้พันธุ์ถั่วเหลืองคุณภาพสูง เช่น เกษตรศาสตร์ 80 เชียงใหม่ซุปเปอร์ และ PSC1 ซึ่งให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นและเหมาะสมกับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร พร้อมทั้งส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเกษตรลดคาร์บอน (Low Carbon Agriculture) อาทิ ระบบน้ำหยดร่วมกับการให้ปุ๋ยอัตโนมัติ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ การใช้โดรนพ่นสารชีวภัณฑ์ และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรในทุกขั้นตอน เพื่อช่วยลดแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบแปลงใหญ่และสหกรณ์ เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองด้านราคา และสร้างความเชื่อมโยงกับโรงงานแปรรูปอย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการ สศท.2 เสนอแนะเพิ่มเติมว่า การสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับการผลิตถั่วเหลืองของเกษตรกรไทย ควรผลิตอย่างประณีต เน้นพัฒนาเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูง เพื่อยกระดับราคาสร้างแรงจูงใจด้านผลตอบแทนการผลิตให้เกษตรกรยังคงรักษาและขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ร่วมบูรณาการจัดทำข้อเสนอโครงการระหว่างหน่วยงานในสังกัด กษ. และภาคส่วนต่างๆ โดยสามารถเสนอขอรับการสนับสนุนจากแหล่งงบประมาณต่างๆ อาทิ งบพัฒนาจังหวัด งบพัฒนากลุ่มจังหวัด หรืองบช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้มีการวางแผนบริหารจัดการกระบวนการผลิตที่แม่นยำ เป็นระบบ และสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ตนเอง ตั้งแต่การกำหนดพื้นที่เป้าหมายร่วมกัน การเลือกหรือจัดหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี การให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่

"ช่วงนี้ ขอให้เกษตรกรผู้ผลิตถั่วเหลืองดูแลรักษา เฝ้าระวังโรคไหม้และโรคที่เกิดจากเชื้อราแป้ง ราน้ำค้าง อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ โดย สศท.2 จะติดตามสถานการณ์การผลิต การตลาดถั่วเหลืองในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการด้านการพัฒนาคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วเหลืองให้มีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง"สามารถสอบถามได้ที่ สศท.2 โทร 0 5532 2658 หรือ อีเมล์ [email protected]" ผู้อำนวยการ สศท.2 กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่+สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรวันนี้

สศก. วิเคราะห์โอกาส "กล้วยหอมทองโคราช" สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro-Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด "กล้วยหอมทอง" ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568

ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1... สศก. ชูโมเดล "ไร่เตียวิเศษ" เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste — ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถี...

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเ... ของดีเมืองสงขลา 'ส้มโอหอมควนลัง' GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. - พ.ย. นี้ — นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9...

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักง... สศท.5 หนุน 'ผำ' อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง — นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชส...