นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และคณะ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม AEOC ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อร่วมกันวางแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน "แผนวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2570-2575" ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยมุ่งเน้นการยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ท่ามกลางโลกที่เผชิญความผันผวนทั้งด้านเศรษฐกิจการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรฐานการค้ารูปแบบใหม่ ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องมีระบบมองอนาคตและบริหารความเสี่ยงที่ใช้งานได้จริง สศก. จึงได้ออกแบบแผนวิจัยฯ ในรูปแบบ ชุดแผนงานวิจัย (พอร์ตงานวิจัย) และชุดแผนงานวิเคราะห์ (พอร์ตงานวิเคราะห์) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับนโยบายที่ทันเวลา โดยในส่วนของ ชุดแผนงานวิจัย R1-R15 มุ่งเน้นการสร้างฐานแบบจำลองและหลักฐานเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ครอบคลุมตั้งแต่วิจัย ความเสี่ยงภูมิอากาศต่อผลผลิตและราคา การประเมินผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และมาตรฐานการค้า การวิเคราะห์ ความบิดเบือนในห่วงโซ่อุปทานและตลาดปัจจัยการผลิต ตลอดจนการ เพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐศาสตร์ของนโยบายรัฐ เพื่อสร้างรายได้และเสถียรภาพให้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการ เปลี่ยนระบบการผลิตสู่สินค้ามูลค่าสูง การประเมินความคุ้มค่าของ เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การออกแบบระบบประกันภัยและการคาดการณ์การบริโภคอาหาร การตรวจสอบคาร์บอนและมาตรฐานการค้า รวมถึงการวิเคราะห์หนี้ครัวเรือน การจัดกลุ่มสินค้าเพื่อกำหนดทิศทาง ไปต่อหรือปรับเปลี่ยน การพัฒนาเศรษฐกิจชีวมวล วัสดุชีวภาพ และพลังงานชีวภาพ (Biomass, Bio-materials, Bio-energy) การยกระดับทักษะแรงงาน และการกำหนดกรอบเขตเศรษฐกิจเกษตรพิเศษ
สำหรับ ชุดแผนงานวิเคราะห์ A1-A12 จะทำหน้าที่เป็นระบบเรดาร์นโยบายเพื่อเปลี่ยนงานวิจัยเป็นรายงานที่ใช้งานได้ทันที ประกอบด้วยการจัดทำแดชบอร์ดความเสี่ยงภาคเกษตรและติดตามราคาสินค้า การรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาสและรายปีฉบับสมบูรณ์ การวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่ และรายงานด่วนเมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบฉับพลัน ตลอดจนการทบทวนโครงสร้างงบประมาณเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและการติดตามภาวะการเงินครัวเรือนเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังเห็นพ้องในการยกระดับงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ผ่านรูปแบบ วิจัยเชิงพื้นที่ (Sandbox) โดย สศก. จะทำหน้าที่ชี้โจทย์เชิงเศรษฐศาสตร์และวางแผน ขณะที่ สวก. จะสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเร่งพัฒนาระบบการผลิต การตลาด และมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก พร้อมจัดระบบติดตามผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับการกำหนดนโยบายภาคเกษตรไทย เพิ่มผลิตภาพ และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนร่วมกัน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
วว. จับมือ สวก. - พันธมิตร ขยายผลสำเร็จเทคโนโลยีเพาะ "เห็ดตีนแรดต้นทุนต่ำ" ไม่ใช้โรงเรือน ยกระดับรายได้เกษตรกร 5 จังหวัดภาคเหนือ
วว. จัดอบรม "กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย" เสริมแกร่งเกษตรกร พร้อมพลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพสูงจังหวัดนครราชสีมา
วว. ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทย ตรวจเข้มสาร "Basic Yellow 2" ในทุเรียน สร้างความเชื่อมั่นส่งออกสู่ตลาดโลก
ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก "AGRITHON by ARDA Season 3" ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างนวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทย
มข.เผยผลศึกษา "ข้าวยั่งยืน" เพิ่มรายได้ กษ. - ลดต้นทุน-ลดมลพิษ วอนรัฐหนุนขยาย พท.ปลูกเพิ่ม ป้อนตลาด ตปท.
มวล.-สวก. สานต่อความร่วมมือ เซ็น MOU หนุนทุนวิจัย เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมเกษตรไทย