สศก. เผยโครงการเมืองเกษตรสีเขียวช่วยได้ เกษตรกรหันผลิตแบบอินทรีย์ มั่นใจมีตลาดรองรับ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงพื้นที่หนองคาย เชียงใหม่ ติดตามโครงการเมืองเกษตรสีเขียวของกลุ่มของกลุ่มเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษและผักอินทรีย์ ระบุ เกษตรกรส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาองค์ความรู้การปลูกผักปลอดสารพิษมากขึ้น พร้อมมั่นใจ มีตลาดรองรับแน่นอนสำหรับการซื้อขายผลผลิต 
          นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการเมืองเกษตรสีเขียว (Green Agriculture City) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ริเริ่มและกำหนดให้เป็นโครงการสำคัญ โดยได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายจากจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกับ AEC และมีความโดดเด่นในการผลิตสินค้าเกษตรเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ซึ่งมีจังหวัดเป้าหมายในภูมิภาคต่างๆ 6 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ศรีสะเกษ หนองคาย จันทบุรี ราชบุรี และพัทลุง มุ่งเน้นดำเนินการให้มีกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) ให้ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรทั้งพื้นที่ การผลิตและแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรในพื้นที่มีการใช้เทคโนโลยีสะอาดในการผลิตสู่เศรษฐกิจการเกษตรสีเขียว (Green and Cool Agricultural Economy) ซึ่งขณะนี้ แต่ละจังหวัดมีตลาดเกษตรกรสำหรับการซื้อขายผลผลิต ส่งผลให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่าผลผลิตมีตลาดรองรับแน่นอน 
          ในการนี้ สศก. ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการเมืองเกษตรสีเขียว ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย และตำบลบ้านเป้าและอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ของกลุ่มเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษและผักอินทรีย์ ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่า หน่วยงานในระดับพื้นที่ มุ่งหวังให้เกษตรกร จังหวัดละ 100 ราย เป็นแหล่งผลิตพืชผักอินทรีย์ เช่นคะน้า แตงกวา ถั่วฝักยาว กระเพรา โหระพา มะเขือเปราะ ผักบุ้ง และผักกาดขาว เป็นต้น โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำเกษตรอินทรีย์ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใน กระทรวงเกษตรฯ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีโอกาสได้พัฒนาความรู้การปลูกผักปลอดสารพิษและผักอินทรีย์มากขึ้น
          จากการสอบถามเกษตรกรจังหวัดละ 10 ราย พบว่า มีรายได้เงินสดสุทธิ 5,000 – 10,000 บาท/ปี/ครัวเรือน ทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงปีแรกของโครงการ จะมีรายได้เงินสดสุทธิโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 500 – 1,000 บาท/ครัวเรือน แต่เกษตรกรมีความมั่นใจว่าผลผลิตมีตลาดเกษตรกรรองรับ 
          ทั้งนี้ การดำเนินงาน “โครงการเมืองเกษตรสีเขียว” ในระยะปีที่ 2 ควรเร่งขยายพื้นที่ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสภาพแวดล้อม ไม่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค อันจะส่งผลให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงและผลผลิตที่เพิ่มขึ้น สู่สินค้าพืชผักอินทรีย์จำหน่ายในตลาดเฉพาะกลุ่มและพัฒนาสู่การผลิตตามคำสั่งลูกค้า (Produce to Order) ในระยะยาว แก้วิกฤตราคาผักตกต่ำอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


ข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร+โครงการเมืองเกษตรสีเขียววันนี้

สศก. ชูระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ติดตามพื้นที่ปลูกข้าวแม่นยำ เสริมความมั่นคงทางอาหารไทยและอาเซียน

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการยกระดับระบบฐานข้อมูลสารสนเทศข้าวของประเทศให้มีความทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้จัดการฝึกอบรมระดับชาติ "INAHOR National Training Workshop: Promote Rice Planted Area and Production Estimation Using Space-based Technologies in Thailand" ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ สำนักงานเลขานุการโครงการระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน (AFSIS)

ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1... สศก. ชูโมเดล "ไร่เตียวิเศษ" เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste — ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถี...

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเ... ของดีเมืองสงขลา 'ส้มโอหอมควนลัง' GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. - พ.ย. นี้ — นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9...