ความร่วมมือ ไทย-บราซิล สองยักษ์ใหญ่ฮาลาลโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          มุสลิม 1,800 ล้านคนในโลกทุกวันนี้คือหนึ่งในสี่ของประชากรโลก อาศัยอยู่ในประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือประเทศอิสลามหรือโอไอซี (Organization of Islamic Cooperation) จำนวน 1,280 ล้านคน อยู่นอกประเทศสมาชิกโอไอซีอีก 520 ล้านคน มุสลิมทั้งหมดต้องการบริโภคอาหารฮาลาลด้วยกันทั้งนั้น
          รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ฮาลาลเป็นภาษาอาหรับแปลว่า "อนุมัติ" คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าฮาลาลหมายถึงเฉพาะอาหารซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ฮาลาลครอบคลุมทั้งอาหาร สิ่งที่มิใช่อาหาร และบริการต่างๆ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องอุปโภค ผลิตภัณฑ์ยา บริการทางการแพทย์ การเงินธนาคาร โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว แม้กระทั่งไอซีที"
          "ตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือในวันนี้สนใจผลิตภัณฑ์ฮาลาลมากขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ในวันนี้ตลาดฮาลาลเฉพาะอาหารอาหารในโลกนี้มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทไทยสูงถึง 33 ล้านล้านบาทต่อปี หากนับรวมผลิตภัณฑ์ที่มิใช่อาหารด้วยแล้ว ตลาดฮาลาลมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยมีบราซิลเป็นผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ที่สุด ขณะที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีกระบวนการรับรองฮาลาลที่ใช้แนวทางศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับที่ก้าวหน้าที่สุด นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่ในตลาดฮาลาลของโลก
          แม้บราซิลเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลรายใหญ่ของโลก แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ต่างกับประเทศไทยที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลในระดับสูงทำให้บราซิลให้ความสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทยจึงได้ประสานความร่วมมือมาทางกระทรวงการต่างประเทศ ขอปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางเสริมสร้างศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของบราซิลโดยประเทศไทยจะได้พันธมิตรศักยภาพสูงที่จะสนับสนุนงานด้านการตลาดเพื่อการส่งออกสินค้าฮาลาลไทยสู่ตลาดโลกด้วย"
          ในงานความร่วมมือดังกล่าวกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศ สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยและศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการนำคณะผู้แทนฮาลาลไทยเยือนประเทศบราซิล เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเดินหน้าความร่วมมือครั้งสำคัญของทั้งสองประเทศ โดยไทยได้พบปะหารือกับหลายหน่วยงานของประเทศบราซิล อาทิ กระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ของบราซิล สภาอุตสาหกรรมของนครรีโอเดอจาเนโร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ FIOCRUZ และที่สำคัญคือ การลงนามความร่วมมือกับองค์กรมุสลิมหลักของบราซิลคือ Federation of Muslim Associations in Brazil (FAMBRAS)
          รศ.ดร.วินัย กล่าวเสริมว่า "บราซิลใช้ศักยภาพของชาวอาหรับอพยพเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมฮาลาล ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและมีวัตถุดิบปศุสัตว์ราคาถูก รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ บราซิลจึงได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งนี้ FAMBRAS ได้ก่อตั้งสถาบัน Brazilian Islamic Center for Halal Food Stuff หรือCibal Halal ทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลเพื่อให้สินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกมีคุณภาพตามมาตรฐานฮาลาล มีการส่งผู้เชี่ยวชาญออกไปตรวจสอบบริษัทหรือโรงงานต่างๆ ที่ผลิตสินค้าอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้บราซิลยังผูกเรื่องฮาลาลเข้ากับงานความรับผิดชอบของสังคมหรือ CSR เช่น การดูแลฮาลาลให้ปลอดจากแรงงานผิดกฎหมายรวมถึงแรงงานทาสด้วยเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ อย่างไรก็ตาม บราซิลยอมรับว่าเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทยมีความก้าวหน้าจึงขอเรียนรู้"
          ในการนี้ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลงานของฮาลาลประเทศไทยและ Thailand Diamond Halal ให้ทางบราซิลได้ศึกษาแนวทาง ทั้งสองฝ่ายยืนยันความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพฮาลาลของทั้งสองประเทศให้ก้าวไกลในตลาดฮาลาลโลกต่อไป
 

ข่าวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย+ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลวันนี้

PMCU จับมือศิลปินและผู้ประกอบการ พัฒนาบรรทัดทองผ่าน Street Art ชวนผู้คนออกเดินสำรวจเสน่ห์ย่านในมุมใหม่

PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ASIAN WALL และ HYPE SPRAY เดินหน้าพัฒนาย่านบรรทัดทองผ่านโครงการ Banthatthong Foodpath Stories นำศิลปะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเดินเมือง ชวนผู้คนออกสำรวจเรื่องราวของร้านค้า ผู้คน และวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอย ผ่านผลงาน Street Art ที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ พร้อมต่อยอดบรรทัดทองจากย่านสตรีทฟู้ดชื่อดัง สู่พื้นที่ที่ผู้คนอยากใช้เวลาเดินเล่น พักผ่อน และค้นพบเสน่ห์ของย่านในหลากหลายแง่มุม โครงการ