นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการเพาะปลูกของเกษตรกร ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป แม้ว่าน้ำใน 4 เขื่อนหลักจะได้ปริมาณน้ำใช้การได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก เพียงพอเฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการทำนาปรังในฤดูแล้งนี้ได้ ดังนั้นเพื่อให้การใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้ที่จะถึงนี้และต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม 2559 จึงขอให้เกษตรกรพิจารณางดการทำนาปรัง เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำสูง ทำให้ต้องประสบปัญหาการขาดทุน ดังนั้นจึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำที่รุนแรงได้ในอนาคต
จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เห็นชอบโครงการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/2559 เพื่อสนับสนุนโครงการบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปี 2558/2559 มีกรอบการดำเนินงานจำนวน 5 มาตรการ ดังนี้ (1) มาตรการส่งเสริมความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน (2) มาตรการชะลอหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน (3) มาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร (4) มาตรการเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง (5) มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ (6) มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน (7) มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (8) มาตรการสนับสนุนอื่น ๆ
นายสุรเดช เตียวตระกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานสนองนโยบายดังกล่าว โดยดำเนินการจัดทำแผนงาน/งบประมาณ ในการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/59 ตามข้อมูลโครงการตามแผนชุมชนเพื่อแก้ไขวิกฤตภัยแล้งด้านการเกษตร ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภายใต้กรอบมาตรการ ที่ 1 การส่งเสริมความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน กิจกรรมการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการการจัดทำปุ๋ยหมัก เป้าหมาย 763 ตัน เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจำนวน 1,180 ราย และโครงการทำน้ำหมักชีวภาพ เป้าหมาย 503,232 ลิตร เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจำนวน 2,975 ราย นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดินได้สนับสนุนกิจกรรมการปรับปรุงบำรุงดินด้วยพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย 7,827 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 862 ราย และดำเนินการตามกรอบมาตรการที่ 4 โครงการพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/2559 โดยให้สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดเข้าไปร่วมบูรณาการ การทำงานด้านต่าง ๆ กับหน่วยงานอื่น ๆ และชุมชนท้องถิ่น ในการทำหน้าที่สำรวจพื้นที่และชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายความช่วยเหลือของรัฐบาลกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง พร้อมทั้งเสนอทางเลือกให้กับประชาชนตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลของโครงการตามแผนชุมชนของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อแก้ไขวิกฤตภัยแล้ง ด้านการเกษตรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เกษตรกรพื้นที่เป้าหมายจำนวน 4,115 ราย จะได้รับประโยชน์โครงการดังกล่าว
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน